เมื่อเกิด Leave Without Pay ก็เลยต้องหาทาง Live Without Pay.

สวัสดีครับทุกๆท่าน อย่างที่ทราบกันดีอยู่ว่าในปัจจุบัน ทั่วทั้งโลกกำลังประสบกับปัญหาวิกฤตซ้อนวิกฤต ซึ่งนั่นก็คือ วิกฤตเศรษฐกิจที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ตั้งแต่ปี 2019 ที่เป็นขาลงกันไปซะหมด ไม่ว่าจะเป็นสงครามการค้า หรือ เรื่องวิกฤติราคาน้ำมันที่เกิดอยู่ในตะวันออกกลาง และพอมาต้นปี 2020 เท่านั้นล่ะครับ เชื้อไวรัสโคโรน่า หรือที่เราเรียกว่า Covid-19 ที่เริ่มระบาดในเมืองอู่ฮั่น ประเทศจีน และแผลงฤทธิ เกิดเป็นโรคระบาด มีผู้ติดเชื้อจำนวณมากขึ้นๆ และแพร่กระจายไปในหลายๆประเทศด้วยการเดินทางทางอากาศ

ไวรัส covid-19
โรคระบาดจากไวรัส Covid-19

จนมาถึงจุดหนึ่ง เริ่มมีการปิดเมืองเกิดขึ้นเพื่อพยายามยับยั้งการแพร่กระจายของเชื้อไว้รัสวายร้ายตัวนี้ และผู้คนก็เริ่มที่จะตื่นตัว เริ่มกลัวที่จะติดเชื้อโรคกันมากขึ้น จึงทำให้การเดินทางไปท่องเที่ยวและทำธุรกิจระหว่างประเทศค่อยๆลดลงจนถึงจุดที่เกือบจะไม่มีคนเดินทางเลย ถึงมีก็น้อยมากๆเมื่อเทียบกับตอนสถานการณ์ยังปกติ แน่นอนครับหลายๆประเทศก็จะได้รับผกระทบจากสิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ โดยเฉพาะประเทศที่มีรายได้จากการท่องเที่ยวเป็นหลักอย่างประเทศไทย เมื่อการท่องเที่ยว การเดินทางซบเซา นั่นหมายถึงธุรกิจที่อยู่ในภาคส่วนนี้ทุกคนก็จะต้องได้รับผลกระทบตามไปด้วย

หนึ่งในธุรกิจที่เป็นปัจจัยหลักในการขนนักท่องเที่ยวหรือนักธุรกิจเข้ามาในประเทศก็คือ สายการบินทั้งหลายนั่นเองครับ โดยที่ตัว webmaster เองก็เป็นหนึ่งในคนที่ทำงานอยู่ในแวดวงสายการบินจึงได้รับผลกระทบนี้ไปโดยปริยายเหมือนกัน

เมื่อนักท่องเที่ยวจีนกลายเป็นแหล่งรายได้หลัก

อย่างที่ได้เกริ่นไว้ครับ เมื่อเกิดโรคระบาดขึ้น ทำให้ความต้องการในการเดินทางลดต่ำลงเป็นอย่างมาก หลายๆสายการบินถึงขั้นต้องจอดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆในสนามบิน เนื่องจากเที่ยวบินส่วนใหญ่ถูกยกเลิก สายการบินในไทยเองก็กระทบมากครับ แต่อาจจะไม่ถึงขั้นจอดเครื่องทิ้งไว้เฉยๆ เนื่องจากยังพอที่จะมีเที่ยวบินอื่นๆมาทดแทนกันได้ เช่นเที่ยวบินในประเทศ หรือ เที่ยวบินที่เดินทางไปในประเทศที่ไม่ใช่กลุ่มเสี่ยง แต่ถึงจะมีตัวช่วยที่ว่านี้ บรรดาสายการบินในบ้านเราก็ยังหืดขึ้นคอกันอยู่ดีครับ เพราะในช่วง 3-4 ปีให้หลังมานี้ จากการที่ประเทศจีนมีการพัฒนาอย่างก้าวกระโดดในแง่ของการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ และรายได้ต่อหัว ประชาชนมีกำลังจับจ่ายใช้สอยมากขึ้น รวมถึงเมื่อทำมาหากินประสบความสำเร็จแล้ว หลายๆคนก็มีกำลังเดินทางท่องเที่ยวนอกประเทศกันมมากขึ้นทุกๆปี หนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักท่องเที่ยวจีนก็ไม่ใช่ที่ไหนล่ะครับ บ้านพี่เมืองน้องอย่างประเทศไทยของเรานี่ล่ะ หลายๆท่านคงจะสังเกตุเห็นได้ว่าช่วงหลังๆมานี้บ้านเรามีนักท่องเที่ยวจีนเยอะขึ้นอย่างมาก มีทั้งสิ่งดีๆและสิ่งที่ไมดีเกิดขึ้นจากการมาท่องเที่ยวของพวกเค้า หลายๆพฤติกรรมก็สร้างเสียงหัวเราะให้คนไทยได้ แต่บางอย่างก็ไม่ชอบหน้ากันไปเลยก็มี

ในเมื่อมีความต้องการในการเดินทางเข้าและออกประเทศไทยเพิ่มมากขึ้น เกือบทุกสายการบินในไทยก็พากันมุ่งหน้าเข้าไปให้บริการรองรับความต้องการล้นหลามที่ว่านี้กันเกือบทุกทีครับ เรียกได้ว่าจีนนี่ถือเป็นอู่ข้าวอู่น้ำเลยก็ว่าได้ เพราะด้วยความกว้างใหญ่ของประเทศ จำนวณประชากรที่มีมากมายมหาศาล ทำให้สายการบินพากันบินเข้า-ออก รับนักท่องเที่ยวจากหลายๆเมืองในประเทศจีนกันเป็นว่าเล่น สร้างรายได้เป็นกอบเป็นกำ จนกลายเป็นเส้นทางที่ทำรายได้หลักไปเลย ในเวลาปกติที่ไม่ได้มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นมันก็ดีครับ มีความสุขกันทุกภาคส่วน และเมื่อมี demand เยอะ แต่ละสายการบินก็ทยอยเพิ่มเครื่องบิน เพิ่มเที่ยวบิน ลงทุนเพิ่มเพื่อให้ตอบรับกับความต้องการในการเดินทางของคนจีนที่เพิ่มขึ้นอย่างไม่หยุดหย่อน เมื่อเที่ยวบินเยอะ ผู้โดยสารเยอะ รายได้ก็เยอะตาม พนักงานทุกๆส่วนก็พลอยกินดีอยู่ดีกันถ้วนหน้าครับ

สายการบินยกเลิกเที่ยวบิน จาก Covid19
สายการบินต่างๆได้รับผลกระทบจาก Covid-19

วิกฤตเศรษฐกิจครั้งใหม่

แต่แล้วสิ่งที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นโดยที่ไม่มีใครทราบหรือนึกถึงล่วงหน้าเลย ก็คือโรคระบาดจากไวรัสโคโรน่าในเมืองอู่ฮั่นนี่เองครับ ในช่วงแรกประมาณเดือนธันวาคม 2019 ก็ยังดูเหมือนเป็นเรื่องธรรมดาๆ โรคระบาดในพื้นที่ธรรมดาๆ ทุกๆคนก็ยังเดินทางไปท่องเที่ยว ฉลองเทศกาลปีใหม่กันสนุกสนานอย่างปกติ เมื่อเวลาผ่านไปแต่ละสัปดาห์ แต่ละเดือนก็ดูเหมือนว่าจะเริ่มมีคนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ข่าวเกี่ยวกับการติดเชื้อและการเสียชีวิตก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้น ผู้คนเริ่มตื่นตัว ใส่หน้ากากอนามัย ใช้เจลล้างมือกันมากขึ้น และสถานการ์ณก็เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆจนถึงขั้นที่ทางการจีนสั่งปิดเมืองอู่ฮั่นเพื่อหยุดยั้งการแพร่ระบาดของโรคนี้ แต่มันก็ไม่ทันแล้วครับ เพราะกว่าโรคจะเริ่มแสดงอาการก็ต้องใช้เวลาอย่างน้อยๆ 14 วัน และในช่วงระหว่างนั้นทุกคนก็ยังเดินทางไป-มาระหว่างประเทศกันปกติ ทำให้การแพร่ระบาดของไวรัสชนิดนี้แพร่ไปเรื่อยๆในหลายๆประเทศ หนักเข้าๆ จนสายการบินต้องประกาศยกเลิกเที่ยวบินในหลายๆจุดหมายปลายทางเพราะ ไม่มีคนเดินทางและบางพื้นที่ก็ห้ามบินเข้า-ออก นี่แหละครับ ปัญหาเริ่มเกิด

จริงๆแล้วเศรษฐกิจโลกในปี 2019-2020 มีแนวโน้มซบเซามาตั้งแต่แรกอยู่แล้วครับ อย่างที่ทุกๆท่านเห็นได้จากข่าวสารรายวัน ไม่ว่าจะเป้นสงครามการค้า สถานการณ์ในตะวันออกกลางที่ทำให้ราคาน้ำมันพุ่งขึ้นส่งผลให้ต้นทุนของหลายๆธุรกิจแพงขึ้นอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ก็ต้องขายของกันแพงขึ้นในขณะที่กำลังซื้อนั้นเท่าเดิมหรือดูท่าว่าจะน้อยลงด้วยซ้ำเพราะจำนวณหนี้ในหลายๆประเภทพุ่งสูงขึ้นเรื่อยๆ พอมีเรื่องโรคระบาดเข้ามาเท่านั้นแหละครับ ความหฤหรรษ์ก็เพิ่มขึ้นมาเป็นทวีคูณ

โดนยกเลิกเที่ยวบิน

ในช่วงแรกๆที่สายการบินทยอยยกเลิกเส้นทางบินในพื้นที่เสี่ยงทุกอย่างก็ยังดูปกติดีและหลายๆคนก็มีความหวังว่าผลพวงจากโรคระบาดที่ว่านี้มันก็ไม่น่าจะอยู่นาน แต่เมื่อเวลาผ่านไปๆมันไม่ใช่อย่างนั้นแล้วซิครับ สถานการณ์เริ่มรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ ผู้คนติดเชื้อเพิ่มมากขึ้นทุกวันๆโดยเฉพาะประเทศในแถบเอเชียตะวันออก และตะวันออกเฉียงใต้รอบๆประเทศเรา หลายๆประเทศถูกจัดให้เป็นประเทศที่อยุ่ในกลุ่มเสี่ยง เช่น จีน ฮ่องกง มาเก๊า สิงค์โปร ญี่ปุ่น เกาหลี ซึ่งประเทศเหล่านี้นี่แหละครับ เป็นลูกค้าหลักๆของสายการบินในบ้านเราทั้งนั้นเลย แน่นอนว่าหลายเที่ยวบินถูกยกเลิกไปและก็ยังไม่มีที่ท่าว่าจะได้กลับมาบินเหมือนแต่ก่อนเพราะสถานการ์ณโรคระบาดก็ยังไม่ดีขึ้น เมื่อสายการบินไม่ได้บิน ก็เท่ากับรายได้หดหายไปและเป็นรายได้หลักๆส่วนใหญ่ซะด้วย จึงทำให้หลายๆสายการบินต้องปรับตัว หามาตรการต่างๆมาเพื่อลดรายจ่ายที่ไม่จำเป็นออกไปในช่วงวิกฤตินี้

ในที่นี้ผมจะขอพูดถึงเฉพาะในส่วนที่เป็นอุตสาหกรรมสายการบินเท่านั้นแล้วกันนะครับ เพราะเป็นอุตสาหกรรมที่ผมประกอบอาชีพอยู่และได้รับผลกระทบจริง โดยตรง จริงๆแล้วก่อนหน้านี้ พนักงานในทุกส่วนของสายการบินก็ร่วมมือร่วมใจกันทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและประหยัดค่าใช้จ่ายกันอยู่แล้วครับ อะไรประหยัดได้ก็ประหยัด อะไรลดได้ก็ลด ถ้าไม่ไปกระทบกับความปลอดภัย เพราะรู้ว่าเศรษฐกิจกำลังมีปัญหา เกิดการชลอตัว และ วิกฤตเศรษฐกิจก็กำลังไกล้ตัวเข้ามาเรื่อยๆทุกๆวัน ยกตัวอย่างเช่นในส่วนของนักบิน ก็พยายามจะทำการบินให้ได้ประหยัดน้ำมันมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยไม่กระทบกับความปลอดภัยของเที่ยวบิน หลายๆท่านอาจจะไม่ทราบนะครับว่า นักบินไม่ได้สตาร์ทเครื่องยนต์หมดทุกเครื่องยนต์ขณะที่กำลังขับเคลื่อนตัวอยู่ในสนามบิน พอผู้โดยสารขึ้นเครื่องแล้ว ถอยออกมาจากหลุมจอด ก็จะ start เครื่องยนต์แค่เครื่องเดียวก่อน แล้วพอไกล้ๆจะได้วิ่งขึ้นก้ค่อย start อีกเครื่องยนต์ที่เหลือเพื่อทำการวิ่งขึ้นอย่างปกติ ที่ทำอย่างนี้ก็เพื่อประหยัดน้ำมันและลดการปล่อยมลพิษออกสู่สิ่งแวดล้อมครับ แต่ทั้งๆที่ประหยัดกันขนาดนี้แล้วมันก็ยังไม่พอครับ เมื่อต้องสู้กับวิกฤตครั้งใหญ่นี้ มันถาโถมเข้าหายริษัทสายการบินทั้งหลายอย่างหนักจนต้องมีมาตรการอะไรที่มากกว่านั้นมาเพื่อความอยู่รอดขององค์กรโดยรวม

ผลกระทบจากวิกฤตไวรัส Covid-19 และมาตรการต่างๆ

ในบางสายการบินที่ได้รับผลกระทบอย่างหนักๆตรงๆเช่นสายการบินที่ทำการบินไปจีนโดยแทบจะไม่มีเส้นทางบินอื่นๆเป็นรายได้เลย ถึงขั้นต้องลดจำนวณพนักงานลงโดยข้อให้พนักงานออกหรือ lay off นั่นเองครับ เพื่อนๆที่โดนผลกระทบแบบนี้ไปก็คงจะจุกกันพอสมควร โดยเฉพาะในยุคที่ไม่ได้หางานอื่นรองรับกันได้ง่ายๆแบบปัจจุบันนี้ แต่ในสายการบินที่ผมทำงานอยู่ไม่ได้มีนโยบายปรับลดพนักงานหรือให้ออกแต่อย่างใดครับ จะเป็นมาตรการที่ขอให้พนักงานลาหยุดโดยที่ไม่รัยรายได้เป็นจำนวณช่วงเวลาหนึ่ง เท่านั้น จะเป็นจำนวณกี่วันก็แล้วแต่นโยบายที่แบ่งมาในแต่ละส่วนครับ นี่เองแหละครับที่เรียกว่า Leave Without Pay(LWP)

จริงๆแล้วพนักงานน่าจะไม่พอใจหรือไม่ชอบใจที่มีมาตรการนี้ออกมาด้วยซ้ำ เพราะแน่นอนว่าไม่มีใครอยากที่จะเสียรายได้ที่มีไปถูกมั้ยครับ แต่เชื่อมั้ยครับว่า บรรยากาศมันกลับกัน ทุกๆคนเต็มใจพร้อมใจกัน ร่วมมือ เสียสละ ทำอะไรที่ทำได้เพื่อให้ทุกคนรอดพ้นวิกฤตไปด้วยกัน ถึงขนาดที่บางท่านตั้งชื่อขำๆให้มาตรการ LWP นี้ว่า Long Weekend Program ด้วยซ้ำ ก็เป็นการผ่อนคลายในสภาวะตึงเครียดกันไปครับ

จริงๆก่อนหน้าที่จะมีมาตรการ Leave Without Pay ที่ว่านี้ รายได้ของทุกๆคนก็มีแนวโน้มลดลงไปเนื่องจากจำนวณเที่ยวบินที่น้อยลง ด้วยสภาพฝืดเคืองของเศรษฐกิจอยู่แล้วล่ะครับ และเมื่อเพิ่มเติมกับมาตราการดังกล่าวที่จำเป็นต้องมีเพื่อรักษาองค์กรไว้ให้อยู่รอด ก็จะยิ่งทำให้รายได้ลดน้อยถอยลงไปอีก แต่มันก็คือสิ่งที่หลีกเลี่ยงไมไ่ด้ครับ เพื่อความอยู่รอด ให้ผ่านวิกฤติช่วงนี้ไปให้ได้และกลับมาดีเหมือนเดิมในวันข้างหน้า

ผลพวงจากไวรัส Covid-19 ทำให้เกิดวิกฤติเศรษฐกิจ

เหตุการณ์ในลักษณะที่กำลังเกิดขึ้นนี่ จริงๆแล้วมันไม่ใช่ครั้งแรกครับ โลกเรา ประเทศเราผ่านวิกฤติเศรษฐกิจมาหลายต่อหลายครั้งแล้ว และมันก็มักจะกลับมาดีขึ้นได้ใหม่เสมอ แต่คนส่วนใหญ่มักจะลืมนึกถึงเรื่องร้ายๆไปเวลาที่ทุกอย่างกำลังไปได้สวย ไปได้ดี เหตุการณ์ครั้งนี้ผมถือว่าจริงๆแล้วเป็นบทเรียนชีวิตเลยล่ะครับ ว่ในวัย 30 กลางๆ ว่าความแน่นอนคือความไม่แน่นอนจริงๆ และเราควรจะเตรียมพร้อมรับมือกับความไม่แน่นอนที่ว่านี้ไว้ให้ดีในยามที่ทุกอย่างกำลังดำเนินไปอย่างสวยงาม เพราะเหตุการณ์ร้ายๆมันจะมาเมื่อไหร่ก็ได้ มาอย่างเงียบๆและไม่มีการเตือนล่วงหน้า และอะไรๆมันอาจจะเลวร้ายลงกว่านี้ในอนาคตก็เป็นได้

และนี่ก็คือที่มาที่ไปของ website นี้ ที่ชื่อว่า livewithoutpay.com เพราะในทุกช่วงเวลาที่ดูว่าไม่มีอะไร สถานการณ์ไม่คาดฝันก็มักจะเกิดขึ้นได้เสมอโดยที่เราไม่ได้ตั้งตัว แต่เชื่อว่าหลายๆคนก็คงจะเคยได้ยินประโยคที่ว่า “ในทุกวิกฤติ มีโอกาส” นะครับ ผมคิดว่าลองเอาประโยคนี้มานั่งพิจารณาดูดีๆจะพบว่ามันคือเรื่องจริง เราหลีกเลี่ยงสิ่งร้ายๆไม่ได้ แต่เราเตรียมตัวรับมือและพลิกมันเป็นโอกาสในชีวิตเราได้ครับ ในเมื่อวิกฤตมันทำให้ต้องเกิด Leave Without Pay พวกเราก็ต้องหาทาง “Live” Without Pay ให้ได้อย่างมีความสุขและมีคุณภาพ ส่วนจะทำอย่างไรนั้น ต้องติดตามกันในตอนต่อๆไปครับ

“เพราะสิ่งใดเกิดขึ้นแล้ว สิ่งนั้นดีเสมอ”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *