ประกันภัยสัตว์เลี้ยง|ทำดีมั้ย?คุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันสัตว์เลี้ยงคืออะไร

ประกันภัยสัตว์เลี้ยงคือประกันภัยที่ให้ความคุ้มครองในเรื่องต่างๆเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง(สุนัข,แมว)ของคุณ ไม่ว่าจะเป็นค่ารักษาพยาบาลเวลาเจ็บป่วย,ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ,ค่าความเสียหายต่อบุคคลภายนอกและทรัพย์สินที่เกิดจากสัตว์เลี้ยงของคุณ รวมถึงความคุ้มครองในด้านอื่นๆด้วย

ผลิตภัณฑ์ประกันภัยสัตว์เลี้ยงเป็นประกันวินาศภัยชนิดหนึ่ง ส่วนใหญ่แล้วจะมีให้ทำประกันแค่เฉพาะสุนัขและแมว แต่สำหรับใครที่มีสัตว์เลี้ยงประเภทอื่นเช่นกิ้งก่า,กระต่าย หรืออื่นๆ อาจจะลองติดต่อกับบริษัทประกันเพื่อสอบถามดูอีกทีว่ารับทำประกันหรือไม่

ประกันสุนัข เมืองไทยประกันภัย cats&dogs
รีวิวประกันภัยสัตว์เลี้ยง เมืองไทยประกันภัย cats&dogs

ประกันสำหรับสัตว์เลี้ยง จะไม่ได้มีการแยกประเภทว่าเป็นประกันสุขภาพสัตว์เลี้ยงหรือประกันอุบัติเหตุสัตว์เลี้ยง แต่จะรวมความคุ้มครองเหล่านี้ไว้แล้วในกรมธรรม์และเรียกรวมๆว่าประกันภัยสัตว์เลี้ยง

การมีประกันภัยสัตว์เลี้ยง จะช่วยทำให้เจ้าของสัตว์สามารถวางแผนการเงินเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยงที่มีได้ดียิ่งขึ้น เพราะสามารถกะประมาณได้ว่าในแต่ละปีจะต้องเตรียมค่าใช้จ่ายในการดูแลความเป็นอยู่ของสัตว์ให้มีสุขภาพดีและพร้อมรองรับเรื่องฉุกเฉินต่างๆไว้เป็นจำนวณเงินเท่าไหร่

เมื่อมีการเตรียมพร้อมทางการเงินสำหรับเรื่องสุขภาพและอุบัติเหตุไว้แล้วก็จะทำให้เจ้าของสัตว์ไม่ต้องเกิดความลังเลในการที่จะพาสัตว์เลี้ยงของท่านเข้ารับการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุดในยามจำเป็น

และการทำประกันสัตว์เลี้ยงก็ยังสามารถใช้เป็นเครื่องมือช่วยป้องกันความเสี่ยงทางการเงินให้กับตัวเจ้าของสัตว์เองได้อีกทางหนึ่งด้วย 

เพราะไม่ว่าเราจะดูแลสัตว์เลี้ยงของเราดีแค่ไหน ก็ยังมีความเป็นไปได้ที่สัตว์เลี้ยงของเราจะไปสร้างความเสียหายทั้งทางร่างกายหรือทรัพย์สินให้ผู้อื่นได้ ถึงแม้ว่าจะเป็นแค่การเล่นหรือความไม่ตั้งใจของตัวสัตว์เลี้ยงเองก็ตาม

เมื่อเกิดความเสียหายดังกล่าวขึ้น ก็มักจะเกิดการฟ้องร้องเพื่อเรียกค่าเสียหายกันขึ้น ซึ่งเป็นเป็นเรื่องที่พบเจอกันได้บ่อยๆ 

แต่ถ้าเกิดเจ้าของสัตว์ได้ทำประกันไว้แล้ว ก็จะทำให้เรื่องดังกล่าวเป็นปัญหาน้อยลง เพราะสามารถใช้ความคุ้มครองของประกันสัตว์เลี้ยงเข้ามาช่วยแบ่งเบาภาระได้

ประกันภัยคืออะไร มีกี่ประเภท?
ประกันภัยมีกี่ประเภท คุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันภัยสัตว์เลี้ยง คุ้มครองอะไรบ้าง?

ความคุ้มครองและเงื่อนไขของประกันภัยสัตว์เลี้ยงจะมีรายละเอียดแตกต่างกันไปในแต่ละบริษัท

ความคุ้มครองบางรายการอาจจะถูกจัดให้อยู่ในแผนความคุ้มครองหลัก และบางรายการอาจจะถูกจัดอยู่ในแผนความคุ้มครองที่ต้องซื้อเพิ่มเติม แต่โดยส่วนใหญ่แล้วก็จะมีความคุ้มครองหลักๆคล้ายกันดังนี้ 

  1. เสียชีวิตเนื่องจากการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วย
  2. ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ
  3. ค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย
  4. ค่ารักษาพยาบาลที่เป็นผลมาจากพยาธิหรือเกี่ยวกับผิวหนัง
  5. การฉีดวัคซีน
  6. ความรับผิดต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก
  7. ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก
  8. ค่าใช้จ่ายในการติดตามสัตว์เลี้ยงที่สูญหาย
  9. ค่าใช้จ่ายการจัดพิธีศพ
  10. การฝังไมโครชิพ

1.เสียชีวิตเนื่องจากการบาดเจ็บ(อุบัติเหตุ)หรือเจ็บป่วย

แน่นอนว่าไม่มีใครอยากให้สัตว์เลี้ยงอันเป็นที่รักของตัวเองต้องเสียชีวิตลงไม่ว่าจะด้วยอุบัติเหตุ หรือความเจ็บป่วยจากโรคภัยต่างๆ 

แต่ความจริงอย่างนึงที่หลีกเลี่ยงไม่ได้ก็คือการที่สัตว์เลี้ยงเหล่านั้นมาใช้ชีวิตอยู่ในสังคมมนุษย์อย่างเราๆ มันมีปัจจัยหลายอย่างที่เกินกว่าเราจะควบคุมได้ และอาจจะนำไปสู่การเกิดอุบัติเหตุหรือโรคภัยกับสัตว์เลี้ยง

ประกันภัยสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่จะให้ความคุ้มครอง จ่ายเงินค่าสินไหมทดแทนในกรณีที่สุนัขหรือแมวที่เอาประกันไว้เสียชีวิตลงจากการบาดเจ็บเนื่องจากอุบัติเหตุหรือการเจ็บป่วย

แต่สิ่งที่น่าจะเป็นการดีที่สุดก็คือ การได้รับการรักษาอย่างดีที่สุดและเร็วที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของท่าน แต่คุณภาพชีวิตเหล่านั้นก็อาจจะต้องแลกมาด้วยค่าใช้จ่ายที่สูง

แต่ปัญหาเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด ก็สามารถแก้ได้ด้วยการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงนี่ล่ะครับ

เพราะส่วนใหญ่ก็จะให้ความคุ้มครองการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุและการเจ็บป่วยต่างๆด้วย

2.ค่ารักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุ

อุบัติเหตุที่มักเกิดกับสุนัขหรือแมวที่เราเลี้ยงไว้ ส่วนใหญ่จะเป็นการโดนรถชน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดอาการบาดเจ็บต่างๆเช่น เลือดออกจมูกหรือปาก,ขาเผลก,ขาหักหรือบวม,ช้ำในหรืออาจจะเดินไม่ได้เลยก็มี

และอุบัติเหตุที่อาจเกิดขึ้นกับสัตว์เลี้ยงก็ไม่ได้จำกัดแค่การโดนรถชน เพราะยังมีความเสี่ยงอีกหลายอย่างที่อาจจะทำให้เกิดอุบัติเหตุกับสัตว์เลี้ยงของเราได้ ทั้งความประมาทเลินเล่อของมนุษย์และความอยากรู้อยากเห็นแสนซนของสัตว์เลี้ยง

เมื่อมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น สัตว์เลี้ยงของเราก็ควรจะได้รับการรักษาที่รวดเร็วและดีที่สุด ซึ่งมักจะตามมาด้วยค่ารักษาพยาบาลที่แพงเทียบเท่าหรืออาจจะมากกว่ามนุษย์ด้วยซ้ำ

ดังนั้น การมีประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่คุ้มครองการรักษาอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยจากอุบัติเหตุจะช่วยแบ่งเบาภาระส่วนนี้ได้มาก 

เพราะการทำประกันภัยเหมือนเป็นการเหมาจ่ายต่อปีไปเลยว่าถ้าเกิดอุบัติเหตุและต้องการการรักษา เราก็จะเสียค่าใช้จ่ายแค่จำนวนนี้ หรือถ้าเกินวงเงินก็อาจจะจ่ายเพิ่มอีกไม่มาก

ซึ่งแน่นอนว่าดีกว่าการจะต้องจ่ายก้อนใหญ่ๆในคราวเดียวไม่ทันตั้งตัวแน่นอน และนอกจากความคุ้มครองการรักษาพยาบาลจากอุบัติเหตุแล้ว ประกันภัยสุนัขหรือแมวส่วนใหญ่ก็จะครอบคลุมไปถึงการรักษาจากการเจ็บป่วยด้วย

3.ค่ารักษาพยาบาลจากการเจ็บป่วย

โรคภัยต่างๆที่เกิดกับสุนัขและแมวของเรา แทบจะเป็นสิ่งที่เจ้าของหลายๆคนกังวลที่สุด เพราะร่างกายของสัตว์เลี้ยงไม่เหมือนกับมนุษย์ ทำให้เจ้าของไม่สามารถที่จะช่วยป้องกันโรคต่างๆได้อย่างเต็มที่

โรคภัยของสัตว์เลี้ยงมีหลายประเภท ทั้งโรคเกี่ยวกับตา,โรคทางเดินอาหาร,โรคทางเดินหายใจ,โรคข้อและกระดูก ยังไม่รวมถึงโรคระบาด หรือโรคที่มาตามฤดูต่างๆ 

และเมื่อเจ้าของไม่สามารถช่วยระวังการติดและรักษาโรคเหล่านี้ได้ ก็ต้องพึ่งสัตวแพทย์เข้ามาช่วยดูแลรักษา ซึ่งมักจะเป็นการรักษาหลังจากที่สัตว์เลี้ยงของเราติดโรคหรือไม่สบายไปแล้ว

แน่นอนว่าสุนัขหรือแมวของเราจะป่วยหรือติดโรคเมื่อไหร่ก็ไม่มีใครทราบล่วงหน้า และการรักษาโรคภัยต่างๆเหล่านี้จะอาจจะยากและมีค่าใช้จ่ายมาก

จะเป็นการดีกว่าถ้าหากเราทำประกัน เพื่อซื้อและจัดการความเสี่ยงที่ไม่สามารถควบคุมได้จากโรคภัยต่างๆที่อยู่รอบตัวสัตว์เลี้ยงที่เรารัก เพื่อจะได้ให้การรักษาพยาบาลที่ดีที่สุด โดยไม่ต้องเป็นภาระเรามากนัก

อย่าลืมนะครับ อุบัติเหตุรถชนอาจจะป้องกันด้วยการเก็บสัตว์เลี้ยงของเราไว้ในบ้านให้ดีได้ แต่ว่าโรคภัยต่างๆสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ทุกเวลา สุนัขหรือแมวอยู่แต่ในบ้านก็ไม่สบายได้เหมือนกัน

โดยเฉพาะโรคผิวหนัง หรือโรคที่เกิดจากพยาธิต่างๆ สามารถเกิดขึ้นได้โดยที่เจ้าของไม่รู้ตัวเลยถึงแม้ว่าจะจัดการที่อยู่อาศัยให้สัตว์เลี้ยงของเราอย่างดีที่สุดก็ตาม และที่สำคัญโรคประเภทนี้บางอย่างสามารถติดต่อจากสัตว์เลี้ยงสู่คนได้ด้วย

เพราะฉะนั้น ถ้าเกิดเจ้าของสัตว์เลี้ยงเกิดความสงสัยว่าสุนัขหรือแมวของท่านอาจจะเป็นโรคเหล่านี้ การไปตรวจรักษาให้ดีที่สุดและเร็วที่สุดเป็นสิ่งที่ต้องทำ ซึ่งประกันภัยสัตว์เลี้ยงส่วนใหญ่ก็สามารถให้ความคุ้มครองโรคจำพวกนี้ด้วยเหมือนกัน

4.ค่ารักษาพยาบาลที่เป็นผลมาจากพยาธิหรือเกี่ยวกับผิวหนัง

โรคผิวหนังและโรคจากพยาธิต่างๆมักจะเกิดกับสุนัขหรือแมวอยู่บ่อยๆ โดยเฉพาะเมื่อถึงฤดูฝน ซึ่งความน่ากลัวของโรคพวกนี้ คนที่เคยเจอจะรู้ดีว่าจะต้องใช้เวลารักษาค่อนข้างนาน

โรคต่างๆเหล่านี้เช่นโรคที่เกิดจาก ไร,หมัด,เล็น,โรคเรื้อน หรือแม้แต่โรคผิวหนังที่เกิดจากพยาธิชอนไช สามารถเกิดขึ้นได้กับสุนัขทุกประเภท และเกิดขึ้นได้ในทุกช่วงวัย และโรคเหล่านี้บางอย่างสามารถสร้างปัญหาให้กับคนในบ้านได้ด้วยเช่นเดียวกัน

โรคผิวหนังที่พบเจอได้บ่อยในพื้นที่ประเทศเราก็คือโรคผิวหนังที่เกิดจากเชื้อรา เพราะตัวสัตว์มากจะมีความอับชื้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งสุนัขหรือแมวที่มีขนยาวยิ่งมีความเสี่ยงที่จะเกิดโรคผิวหนังได้มากขึ้น

การมีประกันภัยสัตว์เลี้ยงที่ครอบคลุมโรคผิวหนังต่างๆจะสามารถทำให้เจ้าของพาสัตว์เลี้ยงไปหาหมอผิวหนังเก่งๆ,คลีนิคหรือโรงพาบาลสัตว์ดังๆได้โดยที่ไม่ต้องกังวลเรื่องค่าใช้จ่าย

เมื่อสัตว์เลี้ยงของท่านอยู่ในความดูแลของหมอที่เก่งๆ และสามารถรักษาอาการทางผิวหนังทั้งหลายได้หายขาด เจ้าของสัตว์ก็จะคลายความกังวล สัตว์เลี้ยงเองก็จะอยู่สบาย คนในบ้านก็มีความสุขมากขึ้น

5.การฉีดวัคซีน

การฉีดวัคซีนตามประเภทโรคและระยะเวลาตามมาตรฐานมีความสำคัญต่อสุขภาพและความเป็นอยู่ของสุนัขและแมวอย่างมาก 

เพราะโรคติดเชื้อหลายๆโรค ถ้าเป็นขึ้นมาแล้วจะรักษายากหรือรักษาไม่หาย รวมถึงอาจเป็นสาเหตุให้สุนัขและแมวเหล่านั้นเสียชีวิตได้

เพราะฉะนั้น วิธีที่ดีที่สุดสำหรับสัตว์เลี้ยงของท่านก็คือการฉีดวัคซีนเพื่อป้องกันโรคอันตรายต่างๆไว้ก่อน ซึ่งประกันภัยสัตว์เลี้ยงโดยทั่วไปก็จะมีความคุ้มครองเรื่องการฉีดวัคซีนตามประเภทโรคและรายะเวลามาตรฐานอยู่แล้ว

ความคุ้มครองเกี่ยวกับการฉีดวัคซีน อาจจะไม่ได้มีในประกันของทุกบริษัทนะครับ บางบริษัทก็มีข้อยกเว้น หรือบางที่ก็ใส่ไว้ในความคุ้มครองเพิ่มเติม ต้องศึกษารายละเอียดของความคุ้มครองก่อนซื้อครับ

6.ความรับผิดต่อชีวิตและร่างกายของบุคคลภายนอก

หลายๆครั้งที่สุนัขของเราอาจจะไปทำอันตรายแก่บุคคลภายนอกได้โดยที่ไม่ตั้งใจ เช่นเล่นแรงเกินไป หรือเจอคนไม่คุ้นเคยนึกว่าจะมีเจตนาไม่ดีต่อคนในบ้านจึงมีการตอบสนองตามสัญชาตญาน

โดยเฉพาะสุนัขสายพันธ์ที่มีขนาดใหญ่ ที่มีสัญชาตญาณในการหวงพื้นที่ ปกป้องเจ้าของและมีพลังมาก จนบางทีอาจจะทำให้คนอื่นๆบาดเจ็บได้โดยไม่ตั้งใจ

แน่นอนว่าถ้าเป็นคนในบ้านก็คงจะไม่เป็นไร เพราะคุ้นเคยและเข้าใจกันดี แต่ถ้าเป็นความเสียหายต่อร่างกายของบุคคลภายนอก อาจจะเกิดปัญหาใหญ่ตามมาได้

ด้วยความที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงมีความรับผิดชอบตามกฎหมายอยู่แล้ว บุคคลอื่นที่ได้รับบากดเจ็บจากสัตว์เลี้ยงของเราจึงมีสิทธิฟ้องร้องเรียกค่าเสียหายได้โดยชอบธรรม

นอกจากการดูแลและควบคุมสัตว์เลี้ยงของเราให้ดีแล้ว การมีประกันภัยที่คุ้มครองในส่วนนี้จะช่วยบรรเทาภาระทางการเงินในกรณีที่เกิดเหตุการ์ณแบบนี้ขึ้นได้

7.ความรับผิดต่อทรัพย์สินของบุคคลภายนอก

ในบางครั้ง สัตว์เลี้ยงของเราอาจจะอยากรู้อยากเห็น วิ่งหรือเดินไปชนสิ่งของบางอย่างของคนอื่นและทำให้เกิดการชำรุดเสียหายได้ และสุนัขหรือแมวของเราก็คงไม่รู้ตัวด้วยว่าก่อปัญหาซะแล้ว

ในกรณีนี้ บุคคลที่ทรัพย์สินได้รับความเสียหายมีสิทธิเรียกร้องให้เจ้าของสัตว์ชดใช้ค่าเสียหายได้ครับ และถ้าไม่มีประกันภัยสัตว์เลี้ยง เจ้าของสัตว์เฃี้ยงก็จะต้องจ่ายค่าเสียหายเอง

แต่ถ้าเจ้าของสัตว์ได้ทำประกันภัยไว้และมีความคุ้มครองในส่วนนี้ ทางบริษัทประกันก็จะเข้ามาช่วยแบ่งเขาภาระในการชดใช้ค่าเสียหายได้ ในวงเงินที่เราเลือกซื้อประกันภัยสัตว์ไว้

ความคุ้มครองเกี่ยวกับความรับผิดชอบต่อบุคคลอื่น บางบริษัทอาจจะรวมความรับผิดชอบร่างกายและทรัพย์สินไว้ด้วยกันในวงเงินเดียวกัน แต่บางบริษัทก็แยกวงเงินกันชัดเจน ขึ้นอยู๋กับเจ้าของสัตว์ว่าสบายใจที่จะเลือกแพ็คเกจแบบไหน

แต่โดยทั่วไปแล้ว ความคุ้มครองการรับผิดต่อทรัพย์สินจะเป็นมูลค่าน้อยกว่าความรับผิดต่อร่างกายเยอะพอสมควรครับ

8.ค่าใช้จ่ายในการติดตามสัตว์เลี้ยงที่สูญหาย

ในกรณีที่สุนัขหรือแมวของเราหายออกจากบ้านไปและต้องทำการโฆษณา หรือประกาศเพื่อติดตามสัตว์ที่สูญหาย ก็จะมีค่าใช้จ่ายจำนวณหนึ่ง 

ค่าใช้จ่ายที่จ่ายไปนั้นสามารถนำมาเคลมกับบริษัทผู้รับประกันภัยสัตว์เลี้ยงได้ โดยที่บางบริษัทจัดความคุ้มครองส่วนนี้ไว้ในความคุ้มครองหลัก และบางบริษัทจะต้องซื้อเพิ่มเป็นความคุ้มครองเพิ่มเติม

แต่ต้องย้ำอีกครั้งว่าไม่ใช่ว่าสัตว์เลี้ยงสูญหายแล้วประกันจ่ายนะครับ แต่เป็นการชดเชยค่าใช้จ่ายในการโฆษณาหรือประกาศติดตาม

9.ค่าใช้จ่ายการจัดพิธีศพ

สำหรับเจ้าของสัตว์บางคนที่มีความประสงค์จะจัดพิธีศพให้กับสัตว์เลี้ยงของท่าน เช่นการเผาศพสุนัข เผาศพแมว ก็สามารถติดต่อใช้บริการจัดพิธีเผาศพสุนัขได้ครับ

ประกันภัยสุนัขหรือแมวส่วนใหญ่จะครอบคลุมค่าใช้จ่ายในการจัดพิธีศพสัตว์เลี้ยงด้วยเหมือนกัน

10.การฝังไมโครชิพ

การทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงกับผู้รับประกันภัยบางบริษัทจะมีเงื่อนไขบังคับว่าสัตว์เลี้ยงที่จะเอาประกันต้องได้รับการฝังไมโครชิพด้วยถึงจะทำประกันภัยได้ โดยอาจจะช่วยออกค่าใช้จ่ายในการฝังจำนวนหนึ่ง

แต่สำหรับบริษัทประกันบางเจ้าก็จะทำแผนความคุ้มครองมาให้เลือก ซึ่งมีทั้งแบบฝังไมโครชิพและไม่ฝัง ซึ่งแน่นอนว่าแผนความคุ้มครองแบบฝังไมโครชิพจะทำให้เจ้าของสัตว์จ่ายเบี้ยประกันในราคาที่ถูกกว่า

โดยทั่วไปแล้ว แผนความคุ้มครองประกันภัยจะช่วยค่าังไมโครชิพประมาณครึ่งนึงของค่าใช้จ่าย แต่ก็มีการกำหนดมูลค่าสูงสุดไว้เหมือนกันครับ 

ซึ่งมูลค่าสูงสุดที่กำหนดไว้ของแต่ละเจ้าอาจจะไม่ถึงครึ่งนึงของราคาฝังไมโครชิพ ต้องลองเช็คเงื่อนไขของแต่ละบริษัทรวมถึงสถานที่ที่เราจะนำสุนัขหรือแมวไปใช้บริการด้วยครับ ว่าราคาเท่าไหร่

จะเห็นได้ว่าการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงสามารถให้ความคุ้มครองได้หลายอย่าง และน่าจะช่วยแบ่งเบาภาระของเจ้าของสัตว์ได้เป็นอย่างดีเลย

แต่อีกประเด็นที่สำคัญของการทำประกันภัยทุกๆอย่างก็คือ ผู้เอาประกันภัยควรจะทราบด้วยว่ากรมธรรม์ประกันภัยที่เรามีอยู่นั้นมีข้อยกเว้นหรือไม่จ่ายเงินชดเชยในเรื่องไหนบ้าง


รีวิวประกันภัยสัตว์เลี้ยงจากบริษัทต่างๆ

ประกันสุนัข/แมว ราคาเท่าไหร่? คุ้มครองอะไรบ้าง?

ประกันภัยสัตว์เลี้ยงไม่คุ้มครองอะไรบ้าง

ความคุ้มครองของประกันภัยสำหรับสุนัขหรือแมวค่อนข้างจะครอบคลุมเกือบทุกเรื่องสำหรับคนที่มีสัตว์เลี้ยงไว้ในครอบครอง ซึ่งช่วยสร้างความสบายใจได้มากระดับหนึ่ง

แต่ในขณะเดียวกัน เจ้าของสัตว์เลี้ยงหลายๆคนก็อาจจะอยากรู้ว่าประกันสุนัขหรือแมวจะไม่จ่ายเงินในกรณีไหนบ้าง เพื่อที่จะระมัดระวังและบริหารจัดการความเสี่ยงให้ดียิ่งขึ้น

ข้อยกเว้นของบริษัทประกันแต่ละเจ้าอาจจะแตกต่างกันไปบ้างนะครับ แต่จากการที่ได้หาข้อมูลมา โดยรวมแล้วประกันภัยสัตว์เลี้ยงจะไม่ครอบคลุมเรื่องดังต่อไปนี้

  1. สัตว์เลี้ยงอยู่นอกราชอาณาจักรไทย
  2. สัตว์เลี้ยงถูกทำให้เสียชีวิตโดยเจตนา รวมถึงการวางยาและกลั่นแกล้ง
  3. สัตว์เลี้ยงเสียชีวิตจากการเลี้ยงดูที่ไม่ถูกสุขลักษณะ
  4. สัตว์เลี้ยงอยู่ในสภาวะสงคราม
  5. สัตว์เลี้ยงเสียขีวิตจากโรคระบาด (บางบริษัทคุ้มครอง)
  6. สัตว์เลี้ยงป่วยหรือเสียชีวิตจากโรคที่เป็นมาก่อนทำประกันภัย
  7. การรักษาพยาบาลจากการขนส่ง
  8. การรักษาพยาบาลในระหว่างระยะเวลาที่ไม่คุ้มครอง(Waiting period)
  9. การเสียชีวิตในระหว่างระยะเวลาที่กรมธรรม์ยังไม่คุ้มครอง(Waiting period) (บางบริษัท)
  10. โรคที่เกิดจากพยาธิ เห็บ หมัด ไร หรือเล็น รวมถึงโรคผิวหนัง (บางบริษัท)

เงื่อนไขข้อยกเว้นเหล่านี้ อาจจะมีความแตกต่างกันในแต่ละบริษัทผู้รับประกันภัย ซึ่งเจ้าของสัตว์ผู้เอาประกันภัยจะต้องศึกษาเงื่อนไขความคุ้มครอง และข้อยกเว้นของแต่ละเจ้าให้ดีก่อนตกลงทำประกันครับ

ผู้เอาประกันภัย ผู้เอาประกันชีวิต คือใคร มีสิทธิอะไรบ้าง

ความคุ้มครองบางประเภทอาจจะโดนยกเว้นในกรมธรรม์ของบริษัทหนึ่ง แต่อาจจะได้รับความคุ้มครองในกรมธรรม์ของอีกบริษัทนึง และก็มีเหมือนกันที่บางบริษัทให้ความคุ้มครองค่อนข้างครบถ้วน

แต่ก็แน่นอนว่าค่าเบี้ยประกันก็จะแพงขึ้นสำหรับแฟนความคุ้มครองที่ครอบคลุมมากขึ้นครับ

ทำประกันสัตว์เลี้ยงดีมั้ย?

การเลี้ยงสัตว์ ไม่ว่าเจ้าของจะดูแลเอาใจใส่ดีแค่ไหนก็ยังถือว่ามีความเสี่ยงอยู่รอบตัว ไม่ว่าจะเป็นความเสี่ยงจากโรคภัยไข้เจ็บ จากอุบัติเหตุ การสร้างความเสียหายแก่ร่างกายหรือทรัพย์สินให้ผู้อื่น

และความเสี่ยงเหล่านั้นก็ล้วนแต่เป็นปัจจัยที่ทำให้เจ้าของต้องมีค่าใช้จ่าย ซึ่งเป็นมูลค่าไม่น้อยเลยหากสัตว์เลี้ยงของท่านเจ็บป่วยและต้องการรักษาพยาบาล

รวมถึงคนที่เป็นเจ้าของสัตว์เลี้ยงแต่ละตัวมีความรับผิดตามกฎหมาย หากสัตว์เลี้ยงของท่านไปทำความเสียหายให้ผู้อื่น ทั้งทางร่างกายและทรัพย์สิน ซึ่งสามารถโดนฟ้องร้องเรียกค่าสินไหมทดแทนได้

การมีประกันภัยสัตว์เลี้ยงไว้ก็จะช่วยจำกัดความเสี่ยงทางการเงินไว้ระดับนึง ซึ่งถ้าเลือกแผนความคุ้มครองให้เหมาะสมก็เพียงพอที่จะทำให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงสบายใจขึ้น และตัวสัตว์เลี้ยงเองก็ได้รับการดูแลที่ดี

เงื่อนไขทั่วไปในการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยง

เงื่อนไขของการทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงโดยหลักแล้วจะคล้ายๆกันสำหรับทุกบริษัทผู้รับประกันภัยครับ ตัวอย่างเช่น

  1. อายุของสัตว์เลี้ยง ส่วนใหญ่จะกำหนดไว้ที่ระหว่าง 3 เดือน-7 ปี
  2. ถ้าเป็นสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากกว่า 7 ปีอาจจะต้องมีการตรวจสุขภาพก่อนทำประกัน(บางบริษัท)
  3. ต้องเป็นสัตว์เลี้ยงที่อยู่ในราชอาณาจักรไทยเท่านั้น
  4. ฝังไมโครชิพ(บางบริษัทไม่บังคับ)
  5. สัตว์เลี้ยง 1 ตัวทำประกันได้แค่ 1 ฉบับ
  6. ต้องไม่มีการผ่าตัดมาก่อนที่จะได้รับการประกันภัย
  7. สัตว์เลี้ยงต้องอยู่ในสภาพสมบูรณ์ ไม่พิการหรือเจ็บป่วยก่อนการทำประกัน

บริษัทประกันภัยบางบริษัทอาจจะมีเงื่อนไขเพิ่มเติมในเรื่องของการตรวจร่างกายหรือสุขภาพสัตว์เลี้ยงก่อนที่จะพิจารณารับทำประกัน โดยเฉพาะสัตว์เลี้ยงที่มีอายุมากกว่า 7 ปีขึ้นไป 

ซึ่งถ้าตรวจแล้วพบว่าสภาพร่างกายไม่ผ่านเกณฑ์ก็อาจจะไม่สามารถทำประกันได้ครับ ขึ้นอยู่กับนโยบายและการพิจารณาของบริษัทผู้รับประกันภัยแต่ละเจ้า

เรามาดูกันว่าการจะทำประกันให้สุนัขหรือแมวของเรา ถ้าต้องตรวจสุขภาพจะต้องตรวจอะไร และต้องตอบคำถามสุขภาพอะไรบ้าง

ทำประกันภัยสัตว์เลี้ยงต้องตรวจสุขภาพอะไรบ้าง?

สำหรับบริษัทผู้รับประกันภัยบางเจ้าอาจจะมีเงื่อนไขให้เจ้าของสัตว์เลี้ยงต้องนำสุนัขหรือแมวที่จะเอาประกันไปตรวจสุขภาพเพื่อประเมิณการรับประกันก่อน

ซึ่งการประเมินเบื้องต้นเหล่านี้อาจจะรวมถึงการซักถามประวัติสุขภาพของสัตว์เลี้ยงตัวที่จะเอาประกันภัยด้วย ตัวอย่างของคำถามสุขภาพและการตรวจสุขภาพร่างกายคร่าวๆจะเป็นดังนี้ครับ

  1. การซักถามประวัติสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพื่อทำประกันภัย
  2. รายการตรวจสุขภาพร่างกายสัตว์เลี้ยงเพื่อทำประกันภัย

การซักถามประวัติสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพื่อทำประกันภัย

  1. มีจ้ำเลือดตามตัวหรือเลือดไหลออกจมูกหรือไม่
  2. ภาวะท้องมาน
  3. ลักษณะของสีอุจจาระที่ผ่านมา
  4. ลักษณะของสีปัสสาวะที่ผ่านมา
  5. ประวัติการหยดยาเพื่อป้องกันเห็บ,หมัด,ไรหรือประวัติการฉีดยาป้องกันหนอนหัวใจ
  6. ประวัติการไอของสัตว์เลี้ยงที่จะทำประกัน
  7. การทำหมัน และเรื่องที่เกี่ยวข้อง
  8. ลักษณะที่อยู่อาศัย

ตัวอย่างรายการตรวจสุขภาพร่างกายสัตว์เลี้ยงเพื่อทำประกันภัย

  1. สภาพผิวหนังและสภาพขน
  2. ความสมบูรณ์ของตา
  3. ความสมบูรณ์ของหู
  4. ความสมบูรณ์ของจมูก
  5. ความสมบูรณ์ของช่องปาก
  6. ความสมบูรณ์ของเต้านม
  7. ความสมบูรณ์ของอวัยวะเพศและระบบสืบพันธุ์
  8. สภาพอุจจาระและปัสสาวะ
  9. ความสมบูรณ์ของต่อมน้ำเหลือง
  10. ความสมบูรณ์ของเยื่อเมือกต่างๆ
  11. การทำงานของหัวใจ
  12. การทำงานของระบบหายใจ

รายการข้อซักถามและการตรวจร่างกายด้านบนนี้เป็นเพียงตัวอย่างที่อาจจะต้องแจ้งและตรวจเพื่อประเมินการรับประกันภัยสัตว์เลี้ยง ซึ่งมาตรฐานโดยละเอียดอาจจะแตกต่างกันไปในแต่ละสถานที่ตรวจและบริษัทผู้รับประกันภัยนะครับ

การทำประกันภัยให้สุนัขหรือแมวของท่าน เป็นสิ่งหนึ่งที่เจ้าของสัตว์เลี้ยงทุกคนควรจะพิจารณาทำไว้ 

เพราะด้วยธรรมชาติของสัตว์เลี้ยงเหล่านี้ถึงแม้จะมีความคุ้นเคยกับมนุษย์และได้รับการดูแลดีขนาดไหนก็ตาม ก็ยังมีปัจจัยเสี่ยงอยู่รอบตัว ทั้งกับตัวสัตว์เลี้ยงเอง,กับบุคคลภายนอก และความรับผิดชอบของเจ้าของสัตว์เลี้ยง

เพราะฉะนั้น การที่เจ้าของสัตว์มีการจัดเตรียมประกันภัยสำหรับสัตว์เลี้ยงไว้ก่อนที่เหตุฉุกเฉินไม่คาดฝันหรือความเสียหายต่างๆเกิดขึ้น ก็จะเป็นเรื่องดีต่อสัตว์เลี้ยงของท่านและตัวท่านเองอย่างไม่ต้องสงสัยเลย

Related Posts