ผลตอบแทน APR/APY ดอกเบี้ยทบต้นคืออะไร ต่างกันยังไง?

นักลงทุนมือใหม่ที่เพิ่งเริ่มลงทุน อาจจะเคยเจอคำว่า APR และ APY ไม่ว่าจะเป็นการลงทุนในสินทรัพย์ประเภทไหนก็จะเจอกับอัตราผลตอบแทน 2 คำนี้อยู่

ซึ่งหลายๆคนก็อาจจะยังไม่เข้าใจว่ามันคืออะไรและต่างกันยังไง ควรจะใช้ตัวไหนดี แต่ที่แน่ๆก็คือเราทุกคนอยากได้ผลตอบแทนสูงๆ อย่างน้อยก็ขอให้ชนะอัตราเงินเฟ้อ และในบทความนี้เราจะมาดูกันครับว่าความหมายของ APR กับ APY มันคืออะไร 

จริงๆแล้วคำว่า APR และ APY จะถูกใช้ทั้งในแง่ของการลงทุนและการกู้ยืมเงินด้วยสินเชื่อชนิดต่างๆ แต่ในที่นี้เราจะพูดกันถึงในความหมายของอัตราผลตอบแทนจากการลงทุนเท่านั้นแล้วกันนะครับ

หัวข้อน่าสนใจ

APR คืออะไร

APR ย่อมาจาก Annual Percentage Rate คืออัตราผลตอบแทน(ร้อยละต่อปี)แบบไม่ทบต้น ในแง่ของการลงทุนก็คือใส่เงินลงทุนไว้เท่าไหร่ก็เอาอัตราผลตอบแทนคูณเข้าไป สิ้นปีก็จะได้กำไรเท่านั้น เป็นการคิดผลตอบแทนโดยใช้ตัวเลขร้อยละตรงๆมาคูณเงินต้นเลย

ตัวอย่างเช่น เรานำเงิน 1,000 บาทไปลงทุน โดยสมมุติว่าได้ผลตอบแทน APR = 30% แปลว่าถ้าเราใส่เงินลงทุนไว้เป็นเวลา 1 ปี (365 วัน) เมื่อสิ้นปีเราจะได้ผลตอบแทนกลับมา300 บาท

จะเห็นว่าถ้าตอนต้นปีเราลงทุนด้วยเงินต้น 1,000 บาทด้วยผลตอบแทน APR 30% สิ้นปีเราจะได้กำไรมา 300 บาทเอาไปใช้จ่าย นั่นก็คือผลตอบแทนปีละ 300 บาทนั่นเอง

และถ้าเรายังทิ้งเงินต้น 1,000 บาทไว้ในการลงทุนแบบเดิมไปเรื่อยๆ สิ้นปีต่อๆไปเราก็จะได้เงินอีก 300 บาท อีกเรื่อยๆในทุกๆสิ้นปี เพราะเงินลงทุนเรายังคงที่  1,000 บาทเหมือนเดิม นี่ล่ะครับคือความหมายของ APR

แต่ในทางกลับกัน ถ้าเราไม่ได้นำผลตอบแทนออกมาใช้ แต่ใส่กลับเข้าไปให้ทบกับเงินต้นให้เป็นก้อนใหญ่ขึ้น สิ่งที่จะเกิดขึ้นก็คือเงินต้นของเราจะไม่ได้มีมูลค่าคงที่อยู่เท่าเดิมครับ เงินต้นมันจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ 

และเมื่อเงินต้นเพิ่มขึ้น ผลตอบแทนที่ได้ในอัตราร้อยละ(%)ที่เท่ากันก็จะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆด้วยเช่นเดียวกัน ซึ่งความถี่ในการใส่เงินทบเข้าไปนั้นถือเป็นตัวแปรสำคัญที่จะชี้ว่าเราจะได้ผลตอบแทนมากขึ้นเท่าไหร่

ถ้าเราใส่เงินเข้าไปทบต้นบ่อยเท่าไหร่ผลตอบแทนที่เราจะได้ก็จะยิ่งมากขึ้นเท่านั้น อาจจะเอาผลตอบแทนใส่ทบต้นเข้าไปทุกสัปดาห์ หรือทุกวันแล้วแต่โอกาสที่จะสามารถทำได้ 

เมื่อเรานำผลตอบแทนที่ได้มาทบเงินต้นเรื่อยๆ ผลตอบแทนที่ได้สุทธิจริงๆในแต่ละสิ้นปีก็จะไม่ใช่การเอาเลขเปอร์เซ็นมาคูณเงินต้นตรงๆอีกต่อไป เราก็จะไม่สามารถวัดผลตอบแทนด้วยตัวเลข APR ได้

เพราะจำนวณผลตอบแทนที่ได้จริงตอนสิ้นปีมันจะมากกว่านั้น เนื่องจากเงินต้นเราเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นที่มาของตัวเลข APY นั่นเองครับ

APY คืออะไร

APY ย่อมาจาก Annual Percentage Yield คืออัตราผลตอบแทนของการลงทุนที่เราจะได้จริงในแต่ละปีถ้าเราลงทุนโดยเอาผลตอบแทนที่ได้ในแต่ละครั้งมาใส่กลับลงไปเพื่อเพิ่มเงินต้น เมื่อเงินต้นเพิ่มขึ้น กำไรที่ได้จากเรียกอีกอย่างว่าผลตอบแทนแบบทบต้นหรือดอกเบี้ยทบต้นนั้นเอง

สมมมุติด้วยตัวอย่างเดิมคือ เงินลงทุนตั้งต้น 1,000 บาท ผลตอบแทนการลงทุน APR=30% ต่อปี และเพื่อให้เห็นภาพ เราจะเอาอัตราผลตอบแทนมาหาร 12 เพื่อเป็นอัตราผลตอบแทนเฉลี่ยต่อเดือน

  • 30%/12 = 2.5% ต่อเดือน

และจากอัตราผลตอบแทนต่อเดือนนี้ มาดูกันครับ ว่าถ้าเราลงทุนด้วยการเอาผลตอบแทนทบต้นในทุกๆเดือน เดือนละครั้ง เราจะได้ผลตอบแทนตอนสิ้นปีเป็นเท่าไหร่

เดือนที่ เงินต้น ผลตอบแทนในแต่ละเดือน
11,00025 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 2)
2102525.63 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 3)
31050.6326.27 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 4)
41076.8926.92 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 5)
51103.8127.60 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 6)
61131.4128.29 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 7)
71159.6928.99 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 8)
81188.6929.72 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 9)
91218.4030.46 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 10)
101248.8631.22 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 11)
111280.0832.00 (ใส่กลับเข้าไปลงทุนในเดือนที่ 12)
121312.0932.80 
ครบ 1 ปี1,344.89ผลตอบแทนเมื่อลงทุนแบบทบต้นครบ1ปี=344.89 บาท

จากตาราง จะเห็นว่าถ้าลงทุนด้วยอัตราผลตอบแทน APR =30% เหมือนเดิม แต่นำดอกเบี้ยที่ได้ในแต่ละเดือนใส่กลับเข้าไปทบเงินต้นเพื่อให้เงินทำงานต่อไปด้วยปริมาณที่มากขึ้น พอครบ 1 ปี(12 เดือน) เงินต้นของเราจะเพิ่มขึ้นเป็น 1,344.89 บาท จากตอนแรกที่เรามีเงินต้น 1,000 บาท

ซึ่งถ้าเราลงทุนด้วยผลตอบแทน APR =30% แต่ไม่ใส่เงินกลับเข้าไปลงทุนเพิ่มในแต่ละเดือน สิ้นปีเราก็จะได้ผลตอบแทนแค่ 300 บาทตามตัวอย่างแรก

การลงทุนแบบทบต้นตามตัวอย่างนี้ จะทำให้เราได้ผลตอบแทนสุทธิเท่ากับ 344.89 บาท และถ้าคิดเป็นเปอร์เซ็นก็จะเท่ากับ 34.49% ซึ่งนี่ก็คือตัวเลข APY นั่นเองครับ (APY=34.49%) 

จะสังเกตุได้ว่า แม้ผลตอบแทน APR = 30% ต่อปีเท่าเดิม แต่พอเราเอาดอกเบี้ยที่ได้มาทบเงินต้นไปเรื่อยๆ สุดท้ายแล้วปรากฎว่าเมื่อสินปีเราจะได้ผลตอบแทนจริง(APY) มากกว่าการปล่อยให้เงินต้นเท่าเดิมไปเรื่อยๆ นี่ล่ะครับ ความมหัศจรรย์ของสิ่งที่เรียกว่าดอกเบี้ยทบต้น

สรุปสั้นๆคือ APY เป็นอัตราผลตอบแทนที่นักลงทุนจะได้จริงๆเมื่อลงทุนครบ 1 ปี ด้วยการเอาผลตอบแทนทบต้นเข้าไปเรื่อยๆ แต่จะได้มากหรือน้อยนั้น ก็ขึ้นอยู่กับความถี่ในการเอาดอกเบี้ยทบต้นของเรานะครับ ยิ่งขยันทบมาก ก็จะยิ่งได้ผลตอบแทนทวีคูณเร็วมากขึ้น

สำหรับการลงทุนทั่วๆไปในยุคปัจจุบันเช่น การลงทุนในกองทุนรวม,ลงทุนในหุ้น,ตราสารหนี้ หรือแม้แต่ฝากเงินธนาคาร ดอกเบี้ยที่ได้หรือผลตอบแทนการลงทุนเช่นเงินปันผล มักจะถูกจ่ายออกมาเป็นรายปี

นั่นหมายความว่าถ้านักลงทุนคนไหนลงทุนในลักษณะดังกล่าวและอยากจะเอาดอกเบี้ย ผลตอบแทนมาใส่ทบต้นก็จะทำได้แค่ปีละครั้ง 

หรือถ้าใครใช้แผนการลงทุนแบบ DCA คือเติมเงินเข้าไปในพอร์ตการลงทุนทุกเดือน ก็จะช่วยเร่งผลตอบแทนให้เร็วขึ้นกว่าเดิมนั่นเองครับ แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นเราก็จะต้องมีวิธีเลือกสินทรัพย์ที่จะลงทุนอย่างถูกวิธีด้วย


References :1,2,3,4,5

Related Posts

เราใช้คุกกี้เพื่อพัฒนาประสิทธิภาพ และประสบการณ์ที่ดีในการใช้เว็บไซต์ของคุณ คุณสามารถศึกษารายละเอียดได้ที่ นโยบายความเป็นส่วนตัว และสามารถจัดการความเป็นส่วนตัวเองได้ของคุณได้เองโดยคลิกที่ ตั้งค่า

Privacy Preferences

คุณสามารถเลือกการตั้งค่าคุกกี้โดยเปิด/ปิด คุกกี้ในแต่ละประเภทได้ตามความต้องการ ยกเว้น คุกกี้ที่จำเป็น

Allow All
Manage Consent Preferences
  • Always Active

Save