บล็อคเชนคืออะไร เข้าใจทันที

Blockchain(บล็อคเชน)คืออะไร?|มีประโยชน์ยังไง

Blockchain คือชื่อของเทคโนโลยี่ที่อยู่เบื้องหลังการทำงานของสกุลเงินดิจิตอลชนิดต่างๆ เช่น Bitcoin, Ether และอื่นๆอีกมากมาย ทำหน้าที่ส่ง,เก็บ,บันทึกข้อมูลเกี่ยวกับธุรกรรมต่างๆในโลกของเงินดิจิตอลนั่นเอง

เมื่อคนเริ่มพูดถึงเงิน Cryptocurrencies กันมากขึ้น อีก 1 คำที่มักจะตามมาก็คือคำว่า Blockchain ซึ่งถ้าเป็นคนที่มีความรู้เรื่องการเขียน Code program ต่างๆคงจะเข้าใจได้ง่ายๆ แต่ถ้าคนทั่วๆไปที่ไม่เคยเขียนโปรแกรม มันก็งงอยู่พอสมควร ในบทความนี้เราจะอธิบาย Blockchain ในแบบที่คนทั่วๆไปเข้าใจง่ายกัน

Blockchain (บล็อคเชน) คืออะไร?

Blockchain เป็นชื่อของเทคโนโลยีที่ถูกนำมาใช้ในการบันทึกธุรกรรมของสกุลเงิน Digital รวมถึงใช้กับสินทรัพย์ดิจิทัล(Digital Asset)ชนิดต่างๆด้วย ซึ่งถ้าเทียบให้เข้าใจง่ายๆก็คือ เป็น เทคโนโลยี Internet แบบใหม่ ใช้รับ/ส่ง value ของตัวเงินนั่นเองครับ(อาจจะไม่ใช่คำจำกัดความที่ตรง 100% แต่สำหรับคนทั่วไปที่ไม่ได้รู้ลึกด้านภาษาคอมพิวเตอร์ น่าจะเข้าใจและเห็นภาพได้มากขึ้น)

แล้วทำไมถึงไม่สามารถส่งเงินผ่านอินเตอร์เน็ตแบบเก่าได้ล่ะ?

ethereum คืออะไร ต่างจาก Bitcoin ยังไง

อธิบาย Blockchain ให้เข้าใจง่าย

ปัจจุบันเราใช้เทคโนโลยีที่เรียกว่า Internet มารับ/ส่งข้อมูลต่างๆระหว่างกัน ไม่ว่าจะเป็นไฟล์เอกสาร PDF ที่เราก็อปปี้และส่งให้เพื่อน,รูปภาพต่างๆที่ส่งผ่านกันทางอีเมล์หรือ social application ต่างๆ เช่น Line, Whatsapp และอื่นๆ แต่สังเกตุมั้ยครับว่า เวลาที่เราส่งไฟล์ต่างๆเหล่านี้ให้เพื่อน ในเครื่องคอมพ์หรือโทรศัพท์ของเราก็จะยังมี รูป หรือไฟล์เหล่านี้อยู่เหมือนเดิม ไม่ได้หายไปไหน นั่นคือการทำสำเนา (Duplicate) แล้วส่งให้เพื่อนโดยที่เราไม่ได้เสียอะไรไป ไฟล์เหล่านั้นยังมีอยู่ในเครื่องเรา และเราก็ยังสามารถใช้ประโยชน์จากไฟล์ต่างๆเหล่านั้นได้เหมือนเดิม

เงินทองต้องทำสำเนาไม่ได้!

แต่การจ่ายเงินให้ใครซักคน เราจะจ่ายด้วยการทำสำเนาไม่ได้ ถูกมั้ยครับ ถ้าเรามีเงินในระเป่า 100 บาท เราซื้อน้ำราคา 20 บาท เงินในกระเป๋าเราต้องเหลือแค่ 80 บาท ถ้าเราจะส่งเงินให้เพื่อน หรือเพื่อนจะส่งเงินให้เรา มันจะต้องไม่มีการทำสำเนาเกิดขึ้น เพราะมันคือการปลอมแปลงเงินขึ้นมานั่นเอง ตรงนี้เองครับที่เทคโนโลยี Blockchain เข้ามามีส่วนสำคัญ เพราะการส่งข้อมูล Value ของ Blockchain จะเป็นการบันทึกข้อมูล การรับและส่งเงินในแบบที่ทำสำเนาไม่ได้ และทุกๆครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลงข้อมูล

การส่งเงินจึงไม่ต้องใช้ตัวกลาง(ธนาคาร)อีกต่อไป

หลายคนอาจจะคิดแย้งว่า ก็ทุกวันนี้ยังโอนเงินผ่าน App ผ่านสัญญาณอินเตอร์เน็ต ได้อยุ่เลยนิ่ แล้วมันต่างกันยังไง?

ต่างกันครับ เพราะ App ที่เราใช้ รับ จ่าย โอน ยังต้องมีตัวกลางที่ผู้รับและผู้จ่ายให้ความเชื่อถือ นั่นก็คือ ธนาคาร นั่นเอง ธนาคารจะทำหน้าที่บันทึกว่า เรามีเงินเท่าไหร่ จ่ายให้ใครไปและเราเหลือเงินในบัญชีเท่าไหร่

ในทางกลับกันธนาคารของผู้รับเงินก็จะบันทึกว่าได้รับเงินมาเท่าไหร่และมีเงินในบัญชีเพิ่มขึ้นเท่าไหร่ ถ้าไม่มีธนาคารก็จะไม่มีคนที่ทำหน้าที่บันทึกธุรกรรมพวกนี้ คนที่โอนเงินมาก็อาจจะโอนเงินด้วยการทำสำเนา(เงินปลอม) เหมือนเราส่งรูปหรือไฟล์ PDF ให้กันก็ได้ถูกมั้ยครับ ทุกวันนี้เราก็เลยไม่สามารถส่งเงินให้กันได้โดยตรง ต้องโอนผ่านธนาคารเท่านั้น

เครือข่ายบล็อคเชน
เครือข่าย Blockchain

แต่เมื่อมีเทคโนโลยี Blockchain เข้ามา มันทำให้เราสามารถโอนเงินให้กันได้โดยตรง ขอแค่รู้ Wallet Address ของคนที่เราจะจ่ายตังค์ให้เท่านั้นพอ ไม่ต้องมีตัวกลางอย่างธนาคาร ข้อดีของมันก็คือ กำจัดตัวกลาง ลดเวลา ประหยัดค่าธรรมเนียม

เมื่อก่อนถ้าเราจะโอนเงินไปต่างประเทศจะต้องพึ่งพาธนาคารให้เป็นผู้ทำการโอน ต้องใช้เวลาเป็นวัน และเสียค่าธรรมเนียมที่แพง แต่ถ้าเป็นสกุลเงินดิจิตัลที่ทำงานอบู่บนระบบ Blockchain ขอแค่เรารู้ Wallet Address ของผู้รับ แค่นี้ก็โอนเงินให้กันได้แล้ว เสียค่าธรรมเนียมนิดหน่อยให้กับ Node ที่ทำหน้าที่บันทึกธุรกรรม ซึ่งทำได้รวดเร็ว และจะไม่มีใครมาควบคุมหรือเอาเงินของเราไปไหนได้ถ้าเราไม่ปริปากบอก Private key ให้ใครรู้ มูลค่าของเงินก็จะเป็นไปตามกลไกธรรมชาติของตลาด Demand-Supply

พูดโดยสรุปให้เข้าใจง่ายก็คือเราไม่สามารถส่งเงินผ่านเทคโนโลยีอินเตอร์เน็ตที่เราคุ้นเคยได้ ถ้าไม่มีตัวกลางที่ทุกฝ่ายเชื่อถืออย่างธนาคาร แต่เราจะส่งเงินสกุลดิจิตัลให้กันโดยตรงได้ด้วยการใช้เทคโนโลยี Blockchain นั่นเอง

Blockchain=Block+Chain

Blockchain มาจาก คำว่า Block(แปลว่า กล่อง) รวมกับคำว่า Chain(เชื่อมต่อ) ซึ่งก็คือการเชื่อมต่อกล่องข้อมูลต่างๆเข้าด้วยกัน ตั้งแต่ต้นยาวไปเรื่อยๆไม่มีที่สิ้นสุด แต่เราจะไม่ได้เห็นมันเป็นรูปกล่องหรอกนะครับ เพราะมันเป็นคำสมมุติเฉยๆ กล่องข้อมูลเหล่านี้ถูกเก็บไว้ในรูปแบบดิจิทัล ทุกครั้งที่มีการสร้างหรือบันทึกข้อมูลใหม่ๆ จะมีการสร้างกล่องเก็บข้อมูลดิจิทัล(Block)ขึ้นมา 1 ใบแล้วเชื่อมต่อ(Chain)กับกล่องข้อมูลดิจิทัลที่มีอยู่ก่อนแล้วย้อนกลับไปได้ถึงกล่องข้อมูลดิจิทัลแรกที่ถูกสร้างขึ้นมาในประวัติศาสตร์ของมนุษย์ เพื่อตรวจสอบว่าข้อมูลที่สร้างใหม่ขึ้นมานั้นถูกต้อง

โดยระบบที่ทำงานบนเทคโนโลยี Blockchain จะบันทึกและเก็บข้อมูล เริ่มตั้งแต่ ณ วินาทีแรกที่เงินบิทคอยน์(ศัพท์เทคนิค เรียกว่า “Block”) จำนวนนั้นถูกขุดขึ้นมา และบันทึกต่อไปเรื่อยๆทุกครั้งที่มีการโอนจ่ายบิทคอยน์จากกระเป๋า(Wallet)ของผู้จ่าย ไปยังกระเป๋าของผู้รับเงิน การบันทึกข้อมูลธุรกรรมต่อกันเป็นสายยาว(“Chain“) ไปเรื่อยๆนี้เองครับ ที่เรียกว่าเทคโนโลยีบล็อคเชน(Block+chain)

สินทรัพยดิจิทัลคืออะไร ซื้อขายยังไง ภาษี

นอกจากการนำเทคโนโลยี Blockchain มาประยุกต์ใช้งานกับสกุลเงิน Digital หรือ Crypto currency แล้ว ตัวเทคโนโลยีชนิดนี้ยังมีประโยชน์และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้อีกหลายอย่างเลยครับ ไม่ว่าจะเป็น Smart contract , หรือ ระบบการเงินแบบใหม่ที่เรียกว่า DeFi ซึ่งในอนาคต Blockchain จะเข้ามาพลิกโลก เปลี่ยนวิถีชีวิตของคนเราไปอีกเยอะแน่นอน

และกิจกรรมการลงทุนที่เกี่ยวข้องกับสกุลเงินดิจิตัลก็เริ่มมีให้เห็นมากขึ้นเรื่อยๆอย่างเห็นได้ชัด ทั้งในและต่างประเทศครับ ไม่ว่าจะเป็นกองทุนรวม หรือการฝากเงินดิจิตัลไว้ลงทุนกินดอกเบี้ย


มือใหม่หัดลงทุนความเสี่ยงต่ำ ลองศึกษาเรื่องกองทุนรวม


จริงๆแล้ว Blockchain ก็คือ Internet แบบใหม่ ที่เราสามารถนำมาใช้งานในเรื่องของการส่งและรับเงินดิจิตัลได้ โดยที่ไม่ต้องผ่านตัวกลางอย่างธนาคาร เพราะด้วยเทคโนโลยีของ Blockchain ถูกกำหนดมาให้ไม่สามารถทำสำเนาของเงินจำนวณนั้นๆได้นั่นเองครับ การที่เราจ่ายอะไรออกไปจาก wallet ของเรา ก็เทียบได้กับการที่เราหยิบเงินออกจากกระเป๋า จ่ายให้คนอื่นนั่นเอง


Ref

Related Posts