4 วิธีง่ายๆลดความอ้วนไว เห็นผลจริง!

สำหรับ Blog post นี้ เราจะมาดูกันว่า มันจะมีวิธีการอะไรบ้างที่ผมจะสามารถทำเพื่อลดความอ้วน ลดน้ำหนักให้กลับมามีรูปร่างสมส่วน ไม่รู้สึกอึดอัด และมีสุขภาพดี พร้อมที่จะใช้ชีวิตอย่าง enjoy

ความอ้วน เป็นปัญหาของใครหลายๆคน รวมถึงตัวผมเองด้วยเหมือนกันครับ เพราะว่าอาหารรอบๆตัวมันมีแต่ของอร่อยๆ กินแล้วก็กลับมาบ้านนอนดู Youtube, Netflix การออกกำลังกายที่เคยออกเป็นประจำก็ไม่ได้ทำเหมือนเดิม รู้ตัวอีกทีก็พุงพลุ้ย กางเกงคับติ้ว รู้สึกอึดอัด ไม่สบายตัว แถมยังมีปัญหาสุขภาพอื่นๆตามมาด้วยนั่นก็คืออาการปวดหลัง เมื่อยหลังนั่นเองครับ

จากปัญหาที่เล่ามา สิ่งที่ผมต้องทำก็คือต้องเริ่มลดความอ้วนอย่างจริงจังแล้วล่ะครับ ถ้ายังตามใจปาก ไม่ยอมออกกำลังกาย ปล่อยแบบนี้ไปเรื่อยๆจะมีแต่ทำให้ตัวเองเสียสุขภาพและก็คงจะแก่ไปโดยที่อ้วนขึ้นๆ จนอาจจะทำให้เป็นโรคอ้วนและโรคร้ายแรงอย่างอื่นตามมาได้ 

อีกสาเหตุนึงที่ผมอยากจะลดความอ้วนลงก็เพราะว่าอยากที่จะมีสุขภาพดี อยากที่จะมีร่างกายแข็งแรงให้พร้อมที่จะลุยงาน แก้ปัญหาชีวิต สร้างเนื้อสร้างตัวให้ได้ซักที การที่ผมจะลุยงานหนักๆได้ สุขภาพและความพร้อมของร่างกายเป็นสิ่งที่สำคัญอีกสิ่งนึงเลยครับ เพราะทุกวันนี้ผมพบว่าตัวผมเองมีปัญหาในเรื่องสุขภาพอยู่ในทุกช่วงเวลาของวัน และปัญหาเหล่านั้นก็มีสาเหตุหลักๆมาจากความอ้วนทั้งสิ้น ตัวอย่างเช่น 

นอนไม่หลับ ทำยังไงดี
นอนไม่หลับ อาจจะเป็นปัญหาใหญ่ในชีวิตได้
  • นอนไม่หลับหรือหลับไม่สนิท เพราะกรนและการหยุดหายใจในบางช่วง
  • ตื่นขึ้นมาก็ไม่สดชื่น มึนๆงงๆรู้สึกเหนื่อยเพลียตั้งแต่ตื่นนอน
  • พุงใหญ่ อึดอัด นั่งแล้วหายใจลำบากทำให้นั่งทำงานได้แปปเดียวก็รู้สึกเหนื่อย ง่วง
  • รู้สึกเพลีย ง่วงนอนตลอดเวลา

นี่แหละครับสิ่งที่เกิดขึ้นจากการค่อยๆสะสมความอ้วนมาเรื่อยๆ รู้ตัวอีกทีก็เป็นคนอ้วนมากๆไปซะแล้ว ดูเหมือนจะเป็นปัญหาเล็กๆน้อยๆใช่มั้ยครับ แต่หลายๆประเด็นพอมันมารวมกันแล้ว ส่งผลต่อชีวิตของตัวผมเองไม่น้อยเลยทีเดียว 


4 วิธีลดความอ้วนง่ายๆ เห็นผลเร็ว!

  1. ออกกำลังกายเป็นอย่างแรกของวัน(ถ้าเป็นไปได้)
  2. ออกกำลังกายเป็นประจำ(ทำทีละน้อย)
  3. แบ่งเวลาในแต่ละวันให้ดี
  4. ควบคุมอาหารให้ดีสามารถลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย

4 วิธีที่ว่ามานี้จะว่าไปก็ไม่ยากนะครับ แต่ก็ไม่ง่ายเหมือนกัน เพราะมันต้องอาศัยวินัย ความอดทน ความสม่ำเสมอ และความตั้งใจจริงที่จะต้องการมีสุขภาพดี ซึ่งสำหรับตัวผมถือว่าค่อนข้างยากเลยครับที่จะทำให้ได้ครบ 4 ข้อ เพราะโดยนิสัยส่วนตัวผมเป็นคนขี้เกียจครับ ขี้เกียจทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม ถ้ามีขั้นตอนลัดได้ผมลัด ถ้ามีวิธีทำอะไรให้ง่ายที่สุดผมจะเลือกทำในสิ่งที่ง่ายๆ  จริงๆแล้วความขี้เกียจนี้มันอาจจะเป็นสาเหตุนึงที่ทำให้ผมยังไม่ประสบความสำเร็จอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในชีวิตก็ได้นะครับ เรื่องนี้ก็เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผมตั้งใจลุกขึ้นมาเปลี่ยนแปลงตัวเองเหมือนกัน ผมอยากมีชีวิตที่ดีขึ้น

ออกกำลังกายเป็นกิจกรรมอย่างแรกของวัน(ถ้าเป็นไปได้)

เคยมั้ยครับ ตั้งใจไว้ว่าจะทำอะไรซักอย่างนึงแล้วพอจะทำก็ผลัดๆไปก่อน เดี๋ยวค่อยทำ ไปทำอย่างอื่นก่อนละกัน แล้ะสุดท้ายก็กลายเป็นว่าไม่ได้ทำนั่นเอง

ตัวผมเป็นบ่อยครับ ตั้งใจไว้ว่าจะออกกำลังกายให้ได้ทุกวัน พอตื่นเช้ามาก็คิดกับตัวเองว่า

  • เดี่ยวกินข้าวก่อนแล้วกัน สายๆค่อยไปฟิตเนส 
  • พอกินข้าวเสร็จ ถึงเวลาสายๆก็คิดอีกว่า ดูหนังซักเรื่องก่อน แล้วค่อยไปก็ได้ 
  • ดูหนังจบก็ผลัดไปอีกว่ามมาเขียนบทความลงเว็บก่อนละกัน แล้วเย็นๆค่อยไป 
  • พอตกเย็นก็ผลัดไปอีก กินข้าวเย็นก่อนดีกว่า จะได้ออกกำลังกายเผาผลาญอาหารที่กินเข้าไปด้วยเลย 

สุดท้ายก็ไม่ได้ไปออกกำลังกายตามที่ตั้งใจไว้ครับ เพราะฉะนั้นต้องแก้ปัญหาด้วยการ “ทำมันซะให้เป็นอย่างแรกหลังตื่นนอน” เลย ไม่ต้องคิด ไม่ต้องทบทวนลังเลอะไรทั้งสิ้น ตื่นนอนมา แปรงฟัน เปลี่ยนเสื้อผ้าใส่รองเท้าแล้วเปิดประตูออกไปเลย พอเราพาตัวเราไปอยู่ที่ฟิตเนส,ลู่วิ่งหรืออะไรก็แล้วแต่ อะไรๆมันก็จะเริ่มง่ายขึ้นเองครับ ประมาณว่า เอาวะ! ไหนๆก็มาถึงนี่แล้ว เอาซะหน่อย

 คราวนี้ก็ขึ้นอยู๋กับว่าเราจะเลือกออกกำลังกายแบบไหน นานเท่าไหร่ ซึ่งถ้าต้องการที่จะลดน้ำหนัก ลดความอ้วน แนะนำให้ออกกำลังกายด้วยวิธี Cardio ครับ คือกิจกรรมอะไรที่สามารถเพิ่มอัตราการหายใจ เพิ่มอัตราการเต้นของหัวใจ ให้เราเหนื่อยอย่างต่อเนื่อง เช่น วิ่งบนลู่วิ่ง,ปั่น Elliptical(เครื่องเดินวงรี),ปั่นจักรยาน หรืออื่นๆตามแต่ละสถาที่จะมีเครื่องมืออำนวยความสะดวกนะครับ และถ้าเราลดน้ำหนักได้ตามที่ต้องการแล้ว อยากจะไปเพิ่มกล้ามเนื้อหรือทำให้กล้ามเนื้อกระชับก็ค่อยขยับไปออกกำลังกายกับเครื่องชนิดอื่นๆ 

พยายามแบ่งเวลาสำหรับการออกกำลังกายให้ได้ซักอย่างน้อย 2 ชั่วโมงต่อวันก็จะดีครับ เพราะว่าเฉพาะ Cardio อย่างเดียวก็ควรจะทำครั้งละไม่ต่ำกว่า 30 นาทีแล้ว ที่เหลือก็จะต้องมีการอบอุ่นร่างกาย, Cool-down, ไถ facebook เปลี่ยนเสื้อผ้า

วิธีออกกำลังกายสำหรับคนขี้เกียจ

  1. ค่อยๆเริ่มทีละน้อยจากเบาไปหนัก
  2. หาวิธีทำให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ

 เริ่มต้นทำทีละน้อย อย่าหักโหม แต่ทำเป็นประจำ

 สำหรับตัวผมเองไม่แนะนำให้พยายามทำหลายๆอย่างไปพร้อมกันนะครับ ไม่ใช่ว่ามันไม่ดีหรือไม่ควรทำหรอกครับ แต่การที่เราหักโหมจะทำให้ได้ทุกอย่างตั้งแต่แรกมันจะทำให้เรารู้สึกเหนื่อย ท้อ และก็ล้มเลิกไปในที่สุด(คนอื่นๆอาจจะไม่ได้ขี้เกียจแบบผมนะครับ แต่ผมเขียนมาบนพื้นฐานของคนขี้เกียจที่อยากผอมครับ) 

ตัวผมเองเริ่มจากการ “เดิน” บนลู่วิ่งก่อนเป็นอย่างแรกครับ อ่านไม่ผิดครับ “เดิน” นี่ล่ะครับ เพราะมันเป็นอะไรที่ผมสามารถทำได้อย่างไม่ยากนัก เหมาะสำหรับการเริ่มต้น และการเดินเร็วๆนี่ก็ได้เหงื่อพอสมควรครับ ทำให้ได้อย่างน้อยซํกวันละ 30 นาทีก็ถือว่าเป็นการเริ่มต้นที่ดีแล้วล่ะครับ สิ่งที่สำคัญก็คือต้องพยายามรักษาความสม่ำเสมอให้ได้ตลอด และทำอย่างต่อเนื่อง อาจจะมีวันพักบ้างแต่อย่าหยุดไปเลย ไม่ว่าจะตอนเช้าหรือตอนบ่าย พยายามทำให้ได้เป็นกิจวัตรประจำ ถ้าเราสามารถทำได้จนเป็นนิสัยแล้วล่ะก็ อะไรๆก็น่าจะง่ายขึ้นครับ เราจะสามารถมาออกกำลังกายได้โดยที่ไม่ต้องใช้ความพยายามลากตัวเองมาจากเตียงซักเท่าไหร่

เดินออกกำลังกายบนลู่วิ่ง
เริ่มต้นด้วยการเดินบนลู่วิ่ง ทำได้ง่าย เหมาะกับการเริ่มต้น

ประโยชน์อีกอย่างหนึ่งของการเริ่มต้นด้วยการออกกำลังกายด้วยกิจกรรมที่ทำได้ง่ายอย่างการ “เดิน” ก็คือการสร้างกำลังใจให้ตัวเราเองนี่ล่ะครับ เมื่อเราตั้งเป้าว่าวันนี้เราจะออกกำลังกายด้วยวิธี Cardio ให้ได้อย่างน้อยเป็นเวลา 30 นาที และเราพบว่า..เอ้อ..เราทำได้นี่หว่า เราจะมีกำลังใจในการกลับมาทำตามเป้าหมายที่ว่านี้ในวันถัดๆไป และเผลอเมื่อทำไปได้ซักระยะ ร่างกายเริ่มปรับตัวได้ เริ่มเกิดความเคยชินเราก็อาจจะเพิ่มเป้าหมายใหม่เข้ามาเช่น เพิ่มระยะเวลานการเดินขึ้น หรืออาจจะเริ่มวิ่งเหยาะๆ และสุดท้ายคือวิ่งอย่างเต็มรูปแบบเลยก็ได้

ในทางกลับกันถ้าเราตั้งใจที่จะออกวิ่งตั้งแต่วันแรกที่เราเริ่มออกกำลังกาย แทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่เราจะทำมันได้อย่างสบายๆ ความเป็นไปได้ที่จะล้มเหลวมีสูงมาก ใครทีเคยวิ่งมาก่อนจะรู้นะครับว่ามันจะเหนื่อยหอบ และเจ็บขา เมื่อยขาอย่างมากๆถ้าร่างกายเราไม่ได้พร้อมขนาดนั้น เมื่อเกิดเหตุการณ์แบบนี้ขึ้นเราก็จะท้อและล้มเลิกความตั้งใจไปได้โดยง่ายเลย ซึ่งก็จะไม่ได้ประโยชน์อะไรจากการออกกำลังกายนี้เลย แถมแย่ไปกว่าเดิมคือเราจะไม่กลับมาออกกำลังกายอีก เพราะรู้สึกว่ามันยากและทำไม่ได้ เพราะฉะนั้น มาค่อยๆเริ่มทำทีละน้อยกันดีกว่าครับ


หาวิธีทำให้การออกกำลังกายไม่น่าเบื่อ

ถ้าใครที่เป็น Sport man หรือเป็นคนชอบเล่นกีฬา ชอบออกกำลังกายอยู่แล้วก็คงจะไม่มีปัญหาเรื่องนี้ครับ เพราะเค้าก็น่าจะสนุกกับการออกกำลังกายได้อย่างเป็นธรรมชาติ แต่สำหรับคนขี้เกียจอย่างผม การออกกำลังกายโดยที่ไม่มีความสนุกปนอยู่ด้วยมันเปรียบเสมือนยาขมดีๆนี่เอง กว่าจะลากตัวเองไปฟิตเนสได้นี่ก็ยากแล้ว ยังต้องใช้ความพยายามทำให้ครบตามเวลาที่วางไว้ยิ่งยากเข้าไปใหญ่ เพราะฉะนั้นเราต้องหาวิธีการที่จะทำยังไงให้ตัวเองสามารถใช้เวลาออกกำลังกายได้นานและไม่น่าเบื่อ ผมค้นพบอยู่ 2 วิธีคือ

ชุดออกำลังกายยี่ห้อไหนดี รองเท้าวิ่งยี่ห้อไหนดี
ชุดออกกำลังกายสวยๆ รองเท้าวิ่งดีๆ ช่วยให้เราอยากออกไปออกกำลังกายมากขึ้น
  1. พกหูฟังไปฟังเพลงหรือรายการที่เราชอบ
    1. ถ้าเราไปออกกำลังกายพร้อมกับฟังเพลงโปรดหรือรายการที่เราสนใจ หรือแม้แต่อัพเดทข่าวสารในแต่ละวันไปด้วยก็น่าจะช่วยให้มันน่าเบื่อน้อยลงใช่มั้ยครับ อุปกรณ์สำคัญที่เราต้องมีเลยก็คือหูฟังดีๆซักคู่นึง ตัวผมเองเคยลองใช้ทั้งหูฟังแบบมีสายและหูฟังไร้สายครับ และก็คือว่าหูฟังไร้สายเป็นอะไรที่เหมาะที่สุดที่จะนำมาออกกำลังกาย เพราะถ้าเกิดเราใช้หูฟังมีสายทั่วๆไป ตัวสายมันจะระเกะระกะมาก แถมบางทีวิ่งๆอยู่มันกระชากโทรศัพท์หล่นอีก ไม่คุ้มเลย ถ้าใครสนใจอยากหาหูฟังไร้สายดีๆซักคู่ลองดูได้ที่นี่เลยครับ
      คลิกเลย!>>เลือกซื้อหูฟังไร้สายสำหรับออกกำลังกายที่ Supersport
  2. ซื้อเสื้อผ้า/รองเท้าออกกำลังกายที่เราถูกใจ
    1. เสื้อผ้า รองเท้า กระเป๋า หรือ item สำหรับการออกกำลังกายต่างๆเป็นเหมือนสิ่งล่อใจได้ดีเลยครับที่จะทำให้การออกกำลังกายของเรานั้นสนุกขึ้น และน่าเบื่อน้อยลง เมื่อเรามีเสื้อผ้าหรือ item ต่างๆที่ถูกใจเราก็จะทำให้เรารู้สึกว่าอยากจะใส่มันออกไปใช้งาน ไปออกกำลังกายบ่อยๆ แถมถ้าเราเลือกซื้อชุดออกกำลังกายที่ดีมีคุณภาพก็จะทำให้เราออกกำลังกายได้อย่างสบายตัวได้เป็นเวลานานยิ่งขึ้น ไม่เหม็นอับ ถือว่าเป็นอีกตัวช่วยนึงที่น่าสนใจครับ ใครอยากจะลองเลือกซื้อเสื้อผ้าสำหรับการออกกำลังกายยี่ห้อดัง คุณภาพดีก็ลองไปซื้อกันได้ที่นี่ครับ

การบริหารเวลา/แบ่งเวลายังไงดี

วิธีการแบ่งเวลาในแต่ละวันเป็นสิ่งที่สำคัญมากๆถ้าเราต้องการที่จะประสบผลสำเร็จอะไรซักอย่างนึงในชีวิตครับ เพราะว่าในแต่ละวันเราทุกคนมีเวลาจำกัดซึ่งจะต้องถูกแบ่งเป็นส่วนๆเพื่อทำกิจกรรมแต่ละอย่างทั้งที่จำเป็นและไม่จำเป็น เราจะได้ยินอยู่เสมอๆว่าเวลาถือเป็นทรัพยาการที่มีค่ามากที่สุดของชีวิตมนุษย์ ซึ่งมันก็จริงนะครับเพราะเราทุกคนมีเวลาอย่างจำกัดในชีวิต ทุกๆ 1 วินาทีที่ผ่านไปไม่มีใครสามารถจะเอากลับมาได้ ดังนั้นเราควรจะจัดสรร บริหารเวลา แล้วใข้มันอย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุดเท่าที่จะทำได้

หนังสือเกี่ยวกับการแบ่งเวลาที่น่าสนใจ

การแบ่งเวลาสำหรับแต่ละคนน่าจะมีวิธีการแตกต่างกันออกไป ตามแต่ Life style,วิถีชีวิต,อาชีพการงาน,และสุขภาพร่างกายของแต่ละคนครับ เพราะทุกๆคนต่างมีหน้าที่ต้องรับผิดชอบ มีเงื่อนไขในชีวิตที่แตกต่างกัน บางคนอาจจะทำงาน Freelance อยู่กับบ้าน สามารถบริหารจัดการเวลาได้อย่างอิสระว่าจะทำอะไรหลัง ทำอะไรก่อน หรือจะไม่ทำอะไร แต่สำหรับบางคน เช่นตัวผมเองยังต้องทำงานเป็นลูกจ้างประจำอยู่ เวลาส่วนหนึ่ง(ส่วนใหญ่ ก็จะต้องถูกนำไปใช้ให้กับนายจ้าง หรือองค์กรที่เราทำงานอยู่ด้วย หรือบางคนอาจจะชอบตื่นเช้า บางคนอาจจะชอบทำงานตอนดึกๆแล้วตื่นสายๆ หรือบ่ายไปเลยก็มี ไม่มีใครผิดใครถูกครับ ขึ้นอยู๋กับว่าใครจะแบ่งเวลายังไง 

สำหรับตัวผมเองด้วยอาชีพที่ทำอยู่จะเป็นการทำงานตามตารางเวลา และไม่ได้เข้างานตามเวลา Office hour ซักเท่าไหร่ครับ 

  • ถ้าเข้างานตอนเช้ามืด ก็จะเลิกงานตอนบ่ายๆ
  • ถ้าเข้างานตอนบ่าย ก็จะเลิกงานประมาณ 4 ทุ่มเป็นต้นไป
  • ถ้าเข้างานตอนเย็นบางทีอาจเลิกงานประมาณ ตี2 หรือเช้าเลย

จากเงื่อนไขเวลาหลักๆด้านบน ทำให้ผมต้องแบ่งการจัดเวลาออกเป็นหลายลักษณะครับ เพราะบางที่อาจจะเริ่มออกกำลังกายตั้งแต่เช้า บางวันอาจจะออกกำลังกายได้ตอนบ่าย 

เงื่อนไขหลักๆของผมก็คือ จะต้องจัดวางสิ่งที่จำเป็นลงในตารางแต่ละวันก่อนซึ่งมีดังนี้

  1. ต้องนอนพักวันละ 8 ชั่วโมง(หรืออย่างน้อย 6 ชั่วโมง)
  2. บวกอีก 2 ชั่วโมงสำหรับดูหนัง
  3. เวลาออกกำลังกาย 2 ชั่วโมง
  4. เดินทาง 2 ชั่วโมง
  5. ที่เหลือคือทำงาน,หารายได้

นั่นแปลว่าใน 24 ชั่วโมง ผมจะเหลือเวลาสำหรับการทำงานเท่ากับ 10 ชั่วโมงนั่นเองครับ(ซึ่งงานประจำเอาเวลาไปแล้ว 8 ชั่วโมง) 

ในวันหยุดที่ไม่ได้ต้องไปทำงานประจำ ผมจะพยายามตื่นแต่เช้าและออกกำลังกายให้ได้เป็นอย่างแรกของวันโดยที่ตารางเวลาคร่าวๆโดยประมาณก็คือ

  • 06:00 ตื่นนอน
  • 06:30 เริ่มออกกำลังกาย
  • 08:00 ออกกำลังกายเสร็จ
  • 08:30 ออกไปซื้อข้าว
  • 09:00 กินข้าวเช้า
  • 10:00 เริ่มทำงาน(ไม่ใช่งานประจำ)
  • 18:00 จบงาน
  • หลังจากจบงานก็กินข้าวเย็น ดูทีวี พักผ่อน
  • 23:00 เข้านอน (เพื่อที่จะตื่น 06:00 ในตอนเช้า)

ส่วนถ้าวันไหนต้องออกไปทำงานตอนเช้าแล้วกลับมาบ่ายก็จะต้อง ใช้เวลาประมาณ 2 ชั่วโมงในช่วงบ่าย/เย็น ออกกำลังกาย จะพยายามทำให้ได้ทุกวันและเข้านอนไม่เกินเที่ยงคืน เพื่อที่จะได้ไม่ง่วงระหว่างวัน

ตารางเวลาที่ว่ามานี้ก็อาจจะไม่ได้ทำตามได้เป๊ะๆ 100% หรอกนะครับ แต่ก็จะยึดการแบ่งเวลาแบบนี้เป็นหลักและจะพยายามทำให้ได้ตามแผนที่วางไว้มากที่สุด ข้อที่สำคัญที่สุดก็คือวินัยในการเข้านอนนี่ล่ะครับ ถ้าเราสามารถเข้านอนตามเวลาที่วางแผนไว้ได้ เราก็จะสามารถตื่นเช้าได้อย่างแทบจะอัตโนมัติมาออกกำลังกายและไม่ง่วงนอนระหว่างวัน


ควบคุมอาหารให้ดี ก็ลดน้ำหนักได้โดยไม่ต้องออกกำลังกาย

เอาจริงๆวิธีนี้ผมว่าเป็นวิธีลดความอ้วนที่เหมาะกับคนขี้เกียจมากที่สุดเลยก็ว่าได้นะครับ เพราะไม่ต้องออกกำลังกายก็สามารถลดน้ำหนักได้ แต่อาจจะเป็นการลดความอ้วนที่ไม่ค่อยทำให้สุขภาพแข็งแรงซักเท่าไหร่

ควบคุมอาหาร ลดอาหารเพื่อลดน้ำหนักโดยไม่ต้องออกกำลังกาย
การควบคุมอาหารสามารถช่วยลดน้ำหนักได้

หลายๆคนอาจจะเคยคิดว่าถ้าเราอยากผอมเราก็คงจะต้องออกกำลังกายอย่างหนัก ออกกำลังกายเป็นประจำ แล้วน้ำหนักน่าจะลดลงและกลับมาหุ่นดี มันก็ถูกส่วนหนึ่งครับ การออกกำลังกายทำให้กล้ามเนื้อเรากระชับขึ้น เสริมสร้างความแข้งแรงให้ปอด,หัวใจ และกล้ามเนื้อต่างๆ และมีประโยชน์อื่นๆอีกมากกับร่างกายของเรา แต่จริงๆแล้วการออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวก็ไม่ได้ช่วยให้เราผอมลงหรือน้ำหนักลดซักเท่าไหร่ครับ ตัวหลักที่เราต้องทำเลยก็คือ “การควบคุมอาหาร” ครับ โดยคอนเซ็ปท์หลักๆก็คือต้องกินเอาพลังงานเข้าไปให้เป็นจำนวณน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ เพราะถ้าเราบริโภคแคลอรี่เข้าไปมากเกินกว่าที่ร่างกายต้องการเผาผลาญ มันก็จะกลายเป็นไขมันสะสม เป็นพุงของเรานั่นเองครับ

จะควบคุมอาหารเพื่อลดพุงยังไงดี

การควบคุมอาหารอาจจะทำได้หลายวิธีครับ ตัวอย่างเช่น

  1. ควบคุมอาหารด้วยวิธี Intermittent Fasting (IF)
  2. ควบคุมอาหารด้วยวิธี Ketogenic Diet (KETO)
  3. กินอาหารคลีน

เราจะเลือกใช้วิธีไหนก็แล้วแต่ความสะดวกในวิถีชีวิตหรือความถนัดของแต่ละคนครับ สำหรับตัวผม เลือกที่จะใช้วิธี Intermittent Fasting ซึ่งน่าจะเหมาะที่สุดสำหรับ Lifestyle และความขี้เกียจของตัวผมเองครับ เพราะการทำ IF นั้นเราไม่ได้ต้องเตรียมอาหารชนิดพิเศษอะไรนัก เพียงแค่แบ่งช่วงเวลาที่เราจะ “กิน” และ ไม่กิน” เท่านั้นเอง  

แต่อย่างไรก็ตามแม้การควบคุมอาหารจะทำให้เราผมลองได้จริง และรวดเร็วเห็นผลไว ผมก็ยังสนับสนุนให้ทุกๆท่านออกกำลังกายอย่างเหมาะสมเพื่อที่จะทำให้ร่างกายมีสุขภาพดี แข็งแรง มีภูมิต้านทานนะครับ

และทั้งหมดที่ว่ามานี้ก็เป็น 3 วิธีง่ายๆที่จะช่วยให้เราสามารถลดความอ้วนได้อย่างมีประสิทธิภาพ เห็นผลไว และมีสุขภาพดีไปพร้อมๆกันครับ

2 Replies to “4 วิธีง่ายๆลดความอ้วนไว เห็นผลจริง!”

Leave a Reply

Your email address will not be published. Required fields are marked *