PancakeSwap คืออะไร? ทำงานยังไง?

ปัญหาอย่างหนึ่งของการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่กับกระดานซื้อขาย(Exchange) ต่างๆก็คือการที่ผู้ลงทุนจะต้องนำเงินดิจิทัลของตัวเองไปฝากไว้ล่วงหน้ากับผู้ใหบริการ ซึ่งก็ไม่รู้ว่าผู้ให้บริการแต่ละเจ้านั้นเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน 

และที่สำคัญก็คือหากเรายังไม่ได้เลือกซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลมาเก็บไว้ในพอร์ต เงินเหล่านั้นก็จะอยู่นิ่งๆไม่ได้สร้างผลตอบแทนอะไรเลย แถมยังต้องกังวลเรื่องความปลอดภัยอีกด้วย

ปัญหาเหล่านี้สามารถแก้ไขได้ด้วย Platform การลงทุนในรูปแบบ DeFi ซึ่งทำงานทุกอย่างแบบอัตโนมัติด้วย Smartcontract 

ในปัจจุบันการลงทุนกับ DeFi ได้รับความนิยมในวงกว้างมากขึ้น ทำให้มีผู้ให้บริการการลงทุนเกิดขึ้นมาเยอะมากๆ และหนึ่งในผู้ให้บริการที่คนให้ความสนใจอย่างมากก็คือ PancakeSwap ที่สามารถช่วยแก้ปัญหาในเรื่องของการรวมศูนย์ รวมถึงลดค่าธรรมเนียม(GAS)และเพิ่มความเร็วในการทำธุรกรรมให้นักลงทุน

ในบทความนี้เรามาทำความรู้จักกับ PancakeSwap กันให้มากขึ้นว่ามันคืออะไร ทำอะไรได้บ้าง ลงทุนยังไง

PancakeSwap ใช้ทำอะไร

สิ่งหลักๆที่ PancakeSwap ตั้งใจจะให้บริการนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่ก็คือการเป็นแหล่งซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัล,สร้างผลตอบแทนจากการลงทุน และ มีการลุ้นโชคในรูปแบบของ Lottery หรือ Prediction 

แต่การซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลบน PancakeSwap นั้นจะไม่ได้เหมือนกับการซื้อขายกับเว็บซื้อขายที่เป็น Exchange ทั่วๆไปในแบบที่เราคุ้นเคยกัน

ถ้าเป็นการซื้อขายกับ Exchange ทั่วๆไปนั้น หากเราต้องการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลเราจะต้องโอนเงินจากกระเป๋า(Wallet) ของเราไปฝากไว้บนเว็บนั้นๆก่อนถึงจะทำการซื้อขายได้ถูกมั้ยครับ

และเมื่อเราต้องการซื้อสินทรัพย์ดิจิทัลตัวไหนเราก็ส่งคำสั่งซื้อพร้อมราคาที่ต้องการเข้าไปในระบบ และรอว่าผู้ขายคนไหนเสนอขายทิ้งไว้ในราคาที่ตรงกับราคาที่เราเสนอซื้อก็จะเสร็จสิ้นการซื้อขาย

แต่สำหรับ PancakeSwap ซึ่งใช้การซื้อขายแบบอัตโนมัติผ่านการทำงานของ Smartcontract จะไม่ใช่การซื้อขายแบบนั้นครับ

นึกภาพง่ายๆก็คือเหมือนเวลาเราจะเอาเงินบาทไปซื้อเงินสกุลต่างประเทศ เราไม่จำเป็นต้องฝากเงินไว้ล่วงหน้ากับผู้ให้บริการซื้อขายสกุลเงิน

แต่เราจะควักออกจากกระเป๋าของเราด้วยจำนวณเงินตามอัตราแลกเปลี่ยนในตอนที่ซื้อและจ่ายให้ผู้ขายสกุลเงินในตอนนั้นเลย หลังจากนั้นก็จะได้เงินสกุลต่างประเทศกลับมาเข้ากระเป๋าตังค์ของเรา

สิ่งที่ PancakeSwap ทำเพื่อให้บริการซื้อขายสินทรัพย์ดิจิทัลก็เป็นแบบเดียวกันเลย คือเราไม่ต้องไปฝากเงินไว้ล่วงหน้ากับทางเว็บไซต์ จะซื้อเมื่อไหร่ก็เลือกว่าอยากจะเอาเงินสกุลอะไรไปแลกกับสกุลอะไร แล้วค่อยควักตังค์ออกจากกระเป๋าเพื่อทำการซื้อขาย

ลักษณะของผู้ให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนสินทรัพย์ดิจิทัลแบบนี้เรียกว่า Decentralized Exchanged(DEX) หรือเป็นการให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์แบบไร้ศูนย์กลางนั่นเองครับ 

ซึ่งข้อดีของระบบแบบนี้ก็คือเราไม่ต้องเอาเงินของเราไปฝากไว้กับผู้ให้บริการซื้อขายหลักทรัพย์ ทำให้เจ้าของเงินมีอำนาจในการควบคุมเงินและสินทรัพย์ของตัวเองอยู่ตลอดเวลา ไม่ใช่เอาเงินไปฝากไว้กับเว็บแล้วเว็บจะปิดหรือจะโกงหนีไปเมื่อไหร่ก็ไม่รู้ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆในโลกของคริปโตเคอร์เรนซี่

สิ่งที่เราจะต้องทำก็แค่ยินยอมให้ตัวระบบของ PancakeSwap เชื่อมต่อกับกระเป๋าเงินคริปโตฯของเราในเวลาที่ต้องการจะทำธุรกรรมต่างๆเท่านั้น คล้ายๆเราเปิดกระเป๋าตังค์เวลาจะควักเงินซื้อของ

แต่ข้อเสียก็คือ การซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลจะถูกจำกัดอยู่แค่สกุลเงินประเภทที่ทางระบบมีสำรองไว้ให้บริการเท่านั้น แต่ก็ไม่ค่อยเป็นปัญหาเท่าไหร่เพราะสกุลเงินหลักๆที่เป็นที่ต้องการในตลาดก็มีไว้ให้บริการอยู่แล้ว

ทุกกระบวนการทางการเงินที่เกิดขึ้นใน PancakeSwap จะดำเนินการด้วยระบบอัตโนมัติ ไม่มีมนุษย์เข้ามาเกี่ยวข้อง เพราะใช้ Smartcontract เข้ามาควบคุมระบบทั้งหมด

และระบบในลักษณะที่สามารถทำการซื้อขาย หรือให้บริการทางการเงินได้โดยอัตโนมัติและไม่ต้องมานั่งรอการส่งคำสั่งเสนอซื้อ/เสนอขายแบบนี้ คือสิ่งที่เรียกว่า Automated Money Maker(AMM)

แล้วถ้าอย่างนั้น PancakeSwap เอาสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆมาจากไหนมาให้คนซื้อขายแลกเปลี่ยนกันได้ในระบบล่ะถ้าไม่ต้องรอคนเสนอขาย

นี่ล่ะครับ คำถามที่เป็นหัวใจสำคัญของการลงทุน Decentralized Financed(DeFi) เลย เรามาดูกันว่า Automated Money Maker(AMM) ที่ชื่อ PancakeSwap เนี่ยเค้าทำงานยังไง ทำไมเราถึงสามารถลงทุนสร้างผลตอบแทนได้

PancakeSwap ทำงานยังไง

  1. ซื้อขายแลกเปลี่ยนแบบไร้ศูนย์กลาง(Decentralized Exchange)
  2. Liquidity pools กองทุนสำรองสภาพคล่อง
  3. นักลงทุน : Liquidity Provider
  4. LP Token
  5. Syrup pools

แลกเปลี่ยนเหรียญดิจิทัลแบบไร้ศูนย์กลาง

หัวใจหลักของ PancakeSwap คือการให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลในแบบที่เรียกว่า Automated Market Maker(AMM) อย่างที่ได้เกริ่นไปด้านบนครับ

ซึ่งการให้บริการในรูปแบบนี้จะไม่ได้มีผู้เสนอขายสินทรัพย์และรอให้คนมาซื้อ เพราะฉะนั้นทาง PancakeSwap จะต้องมีการสำรองสินทรัพย์ดิจิทัลสกุลต่างๆไว้สำหรับให้ลูกค้ามาทำการซื้อขายหรือเรียกอีกอย่างนึงว่าการสำรองสภาพคล่อง(Liquidity)

Liquidity Pool กองทุนสำรองสภาพคล่อง

การสำรองเหรียญสกุลต่างๆไว้เพื่อให้ลูกค้าทำการแลกเปลี่ยนแบบนี้เรียกว่าการสำรองสภาพคล่อง หรือ Liquidity Pool นั่นเองครับ ซึ่งมันก็คือกองทุนของเหรียญดิจิทัลแต่ละสกุลที่ทาง PancakeSwap มีไว้ให้บริการแลกเปลี่ยนกัน

ซึ่งกองทุนหรือ Liquidity Pool ที่ทาง PancakeSwap เตรียมไว้ก็จะมีอยู่หลายกองขึ้นอยู่กับว่ามีการให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลระหว่างสกุลไหนกันบ้าง 

โดย Liquidity Pool แต่ละกองจะประกอบไปด้วยเหรียญดิจิทัล 2 สกุล จับคู่กันแยกเป็นกองๆไว้ เพื่อใช้สำหรับการแลกเปลี่ยน(Exchange) ระหว่างกัน

ตัวอย่างเช่นกอง Liquidity Pool สำหรับคู่เหรียญ CAKE และ BNB (เรียกสั้นๆ CAKE-BNB) ก็จะเป็นกองทุนไว้ใช้สำหรับให้ลูกค้าที่ต้องการจะเอาเหรียญ Cake มาแลกเป็นเหรียญ BNB หรือลูกค้าที่ต้องการจะเอาเหรียญ BNB มาแลกเป็นเหรียญ Cake

นอกจากกอง Liquidity Pool ตัวอย่างที่ว่ามาแล้ว ทาง PancakeSwap ก็ยังมีอีกหลายกองไว้คอยให้บริการการซื้อขาย ตัวอย่างเช่น

นอกจาก Liquidity Pool ของคู่เหรียญในตัวอย่างด้านบน ก็ยังมี Liquidity Pool ของคู่เหรียญอื่นๆอีกมากมาย เพราะเหรียญดิจิทัลที่ทำการแลกเปลี่ยนจาก PancakeSwap ก็คือเงินที่อยู่ใน Liquidity pool เหล่านี้นั่นแหละครับ

คำถามต่อไปคือ แล้วทาง PancakeSwap เอาเงินดิจิทัลสกุลต่างๆจากไหนเยอะแยะมาใส่ไว้ในกองทุนสภาพคล่อง(Liquidity pool) เหล่านี้ล่ะ?

Liquidity Provider คนนำเงินมาใส่ใน Liquidity Pool

เหรียญที่ทาง PancakeSwap นำมาเตรียมไว้ใน Liquidity pool เพื่อให้บริการซื้อขายแลกเปลี่ยนนั้นก็มาจากกลุ่มคนที่เรียกว่า Liquidity Provider ซึ่งจริงๆแล้วก็คือนักลงทุนคริปโตเคอร์เรนซี่ทั่วๆไปแบบผมกับคุณนั่นล่ะครับ

Liquidity Provider จะนำเงินคริปโตฯที่ตัวเองถือครองอยู่มาใส่ลงในกองทุนสภาพคล่อง(Liquidity Pool) ซึ่งถือเป็นวิธีการลงทุนอีกทางนึง หลายๆคนอาจจะเรียกว่าการลงทุนใน DeFi อะไรประมาณนี้

ที่บอกว่าการนำเงินมาใส่ไว้ใน Liquidity Pool เป็นการลงทุนรูปแบบนึงก็เพราะว่า นักลงทุน(Liquidity Provider) ที่นำเงินมาใส่ใน Liquidity Pool ของ PancakeSwap จะได้ผลตอบแทนกลับไปในระหว่างที่เหรียญดิจิทัลของตัวเองยังอยู่ใน Liquidity Pool

ผลตอบแทนที่ว่านี้ก็มาจากค่าธรรมเนียมในการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลใน PancakeSwap นี่ล่ะครับ ซึ่งทาง PancakeSwap จะเก็บค่าธรรมเนียมการแลกเปลี่ยนเป็นจำนวณ 0.25% ของมูลค่าที่ทำการแลกเปลี่ยน และจะกระจายค่าธรรมเนียมกลับเข้าระบบเป็นหลายส่วนดังนี้

  1. 0.17% ส่งกลับมาที่ตัว Liquidity Pool เพื่อแบ่งเป็นผลตอบแทนให้นักลงทุน
  2. 0.03% ส่งกลับไปเก็บที่กองกลางของ PancakeSwap (Treasury) เพื่อใช้สำหรับค่าใช้จ่ายดำเนินงานต่างๆ
  3. 0.05% ส่งไปเก็บสะสมไว้สำหรับการซื้อเหรียญ Cake กลับเข้ามาเพื่อทำลายทิ้ง(Burn เหรียญ)

จากข้อ 1 จะเห็นว่าถ้ามีลูกค้ามาทำการแลกเปลี่ยนเงินดิจิทัลมากขึ้นๆ ก็จะมีรายได้เป็นค่าธรรมเนียมไหลกลับเข้ามาที่กองทุนสภาพคล่องของคู่เหรียญนั้นๆมากขึ้นเรื่อยๆ ทำให้มูลค่าของ Liquidity Pool นั้นมากขึ้นและสามารถแบ่งจ่ายเป็นผลตอบแทนให้นักลงทุนที่นำเงินมาใส่ไว้ใน Pool ได้

ดูแล้วก็มีลักษณะคล้ายๆกับการลงทุนในกองทุนรวม ที่เมื่อกองทุนนำเงินจากนักลงทุนไปลงทุนในสินทรัพย์ต่างๆจนมูลค่าทรัพย์สินสทุธิ(NAV:Net Asset Value) เพิ่มขึ้นก็จะทำให้นักลงทุนได้ผลตอบแทนกลับไป

ซึ่งหากใครอยากจะเป็นนักลงทุนที่นำเงินดิจิทัลไปฝากไว้กับ PancakeSwap และสร้างผลตอบแทนก็สามารถทำได้โดยเข้าไปทำการ Add Liquidity ในระบบครับ

แต่การจะนำเงินไปลงในกองทุนสภาพคล่อง (Liquidity Pool) จะต้องลงเงินเป็นคู่สกุลเงิน คือแบ่งเงินที่จะลงทุนเป็น 2 สกุลเงินด้วยมูลค่าเท่าๆกัน หรือที่หลายๆคนคุ้นกันดีว่าเป็นการ “ฟาร์มคู่เหรียญ

หมายความว่า คุณจะต้องเลือกว่าจะฝากเงินเข้ากองทุนด้วยคู่เหรียญอะไร เช่นอาจจะเป็นคู่ CAKE-BNB,คู่ ETHUSDC,คู่ USDCUSDT หรือคู่อื่นๆแล้วแต่จะตัดสินใจ

ยกตัวอย่างให้เห็นภาพง่ายๆ สมมุติว่าคุณอยากจะลงทุนคู่เหรียญ ETHUSDC เป็นมูลค่า 100,000 บาท คุณก็จะต้องแบ่งเป็น ลงใน ETH 50,000 บาท และลงใน USDC 50,000 บาทเท่ากัน

การที่จะต้องฝากเงินเข้าไปในกองทุน Liquidity Pool เป็นคู่เหรียญแบบนี้ก็เพื่อว่าทาง PancakeSwap จะได้ในไปเตรียมไว้ให้บริการลูกค้าที่จะเข้ามาแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลแต่ละคู่สกุลเงินนั่นเอง

สมมุติเราฝากเงินเข้าไปใน Liquidity pool ของคู่เหรียญ ETHUSDC เมื่อมีลูกค้าต้องการจะเอาเงินสกุล USDC มาซื้อเงินดิจิทัลสกุล ETH กลับไป เราก็จะได้ส่วนแบ่งค่าธรรมเนียมจากทุกๆครั้งๆที่มีการแลกเปลี่ยนเงินสกุลนี้ไปด้วย เป็นผลตอบแทนการลงทุนของเรา

โดยที่ระบบจะเอาค่าธรรมเนียม 0.17% ของมูลค่าการแลกเปลี่ยนกลับเข้ามาที่ตัวกองทุนที่เราลงทุน และกระจายแบ่งให้นักลงทุนตามสัดส่วนเปอร์เซ็นต์ที่เราลงเงินไปในกองทุน

เมื่อเราได้ฝากเงินเข้าไปใน Liquidity Pool เพื่อลงทุนแล้ว เราก็จะต้องได้หลักฐานการฝากเงินหรือหลักฐานในการลงทุนกลับมาถือไว้เพื่อเป็นตัวยืนยันว่าเราได้ลงทุนด้วยเงินมูลค่าเท่านั้นเท่านี้ไปในกองทุน

คล้ายๆกับการลงทุนในตราสารหนี้หรือกองทุนรวมที่เมื่อเราซื้อตราสารหรือซื้อกองทุนไปเราก็จะได้หลักฐานการลงทุนเป็นเอกสารมาถือไว้นั่นเองครับ

เจ้าหลักฐานการลงทุนที่ว่านี้ในโลกของการลงทุน DeFi เรามักจะเรียกว่ามันว่า Token ซึ่งมันก็เปรียบเสมือนเป็นเหรียญดิจิทัลประเภทนึงที่เราจะได้มาถือครองเป็นสัญลักษณ์ว่าเราได้ลงเงินไปใน Pool ไหนเป็นจำนวณเท่าไหร่

สำหรับใน PancakeSwap เมื่อเรานำคู่เหรียญไปฝากลงทุนใน Liquidity Pool เราจะได้หลักฐานการลงทุนที่เรียกว่า “LP Token” กลับมา

LP Token คืออะไร

LP Token คือเหรียญดิจิทัลประเภทเฉพาะชนิดหนึ่งที่ใช้ได้เฉพาะในระบบของ PancakeSwap ซึ่งตัวมันเองจะทำหน้าที่เป็นเหมือนหลักฐานการฝากเงินลงทุนใน Liquidity Pool ของคู่เหรียญที่เราเลือก

สมมุติว่าเราเลือกลงทุนใน Liquidity Pool ของคู่เหรียญ USDCUSDT สิ่งที่เราจะได้กลับมาเมื่อได้ฝากเงินลงไปแล้วก็คือ LP Token ของคู่เงิน USDCUSDT (เรียกว่า USDCUSDT LP) 

ซึ่งถ้าเราเลือกฝากเงินลงในกองทุน Liquidity Pool ของคู่เหรียญสกุลอื่นๆ เราก็จะได้ LP Token ของคู่สกุลนั้นๆกลับมา 

หลังจากที่ได้ LP Token ของคู่เหรียญที่เราฝากเงินเข้าไปลงทุนมาแล้ว เราจะถือไว้เฉยๆเพื่อเป็นหลักฐานการลงทุนสำหรับใช้ตอนถอนเงินออกจาก Pool เมื่อต้องการจะหยุดลงทุนก็ได้ หรือจะนำมันไปสร้างผลตอบแทนต่ออีกทอดนึงก็สามารถทำได้เช่นเดียวกัน

เหรียญ LP Token ที่เราได้ออกมา ทาง PancakeSwap ได้ทำระบบไว้ให้สามารถนำไปใช้ทำ Yield Farming เพื่อสร้างผลตอบแทนได้ โดยสิ่งที่เราต้องทำก็แค่เอา LP Token ที่ได้มาจากการลงทุนใน Liquidity pool มาใส่ในฟาร์มของคู่เหรียญที่ตรงกับ LP Token ของเรา

ตัวอย่างเช่น เราฝากเหรียญสกุล CAKE และ BNB ลงไปใน Liquidity pool เราก็จะได้ CAKE-BNB LP ออกมา ถ้าเราฝากเงินลงทุนด้วยคู่เหรียญสกุลอื่นๆ เราก็จะได้ LP Token ของคู่สกุลนั้นๆออกมา

หลังจากที่เราใส่ LP Token เข้าไปใน Farm ของแต่ละคู่เหรียญแล้ว สิ่งที่เราจะได้กลับมาก็คือเหรียญดิจิทัลชื่อว่า “CAKE” ครับ หลายๆคนอาจจะเคยได้ยินชื่อเหรียญ CAKE กันมาบ้าง 

เหรียญ CAKE ที่เราได้มา เราจะถือไว้เฉยๆ เอาไปขาย หรือนำมาลงทุนสร้างผลให้งอกเงยอีกต่อนึงก็สามารถทำได้ครับ ซึ่งถ้าอยากจะลงทุนต่อก็จะต้องนำเหรียญ CAKE ของเรามาใส่ลงใน Syrup pool

Syrup Pool คืออะไร?

Syrup Pool เป็นฟังก์ชั่นการลงทุนอีก 1 อย่างของ PancakeSwap ที่จะช่วยให้นักลงทุนสามารถนำเหรียญ CAKE ที่ตัวเองมีอยู่มาลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทนแบบ Passive Income ได้

การลงทุนในลักษณะนี้จะเรียกว่าการ Staking หรือ Stake เหรียญ ซึ่งเมื่อเราฝากเหรียญ CAKE เข้าไปใน Pool mี่เราเลือกแล้วก็จะได้ผลตอบแทนเป็นเหรียญดิจิทัลเพิ่มขึ้นๆเรื่อยๆ ทำให้มูลค่าสินทรัพย์ที่เราถือครองอยู่มีมูลค่ามากขึ้นเรื่อยๆ นั่นเองครับ

ตัวเลือกการลงทุนใน Syrup pool ก็มีอยู่หลากหลายเลย แต่ส่วนใหญ่ก็จะเป็นการนำเหรียญ CAKE มา Stake เพื่อรับผลตอบแทนเป็นเหรียญ CAKE กลับมาเพิ่มมากขึ้น หรืออาจจะเลือกลงทุนเพื่อรับเหรียญดิจิทัลในสกุลอื่นก็ได้ แล้วแต่ใครจะเลือก ซึ่งผลตอบแทนของแต่ละ Pool ก็จะแตกต่างกันออกไป

บริการของ PancakeSwap มีอะไรบ้าง

ในปัจจุบัน PancakeSwap ให้บริการเกี่ยวกับการซื้อขาย ลงทุน และอื่นๆที่เกี่ยวกับคริปโตเคอร์เรนซี่ประเภท BEC-20 ดังนี้

  1. แลกเปลี่ยนสกุลเงิน (Exchange)
  2. ฟาร์มคู่เหรียญ (Yield Farming)
  3. ลงทุนด้วยเหรียญ CAKE (Syrup pools)
  4. ล็อตโต้เสี่ยงโชค (Lottery)
  5. คาดการณ์ราคา (Prediction)
  6. NFT Market
  7. NFT Profile
  8. IFO:Initial Farm Offering
  9. Analytics(Info)
  10. Voting 

แลกเปลี่ยนสกุลเงิน (Exchange)

การให้บริการแลกเปลี่ยนสกุลเงินนั้นเรียกได้ว่าเป็นหัวใจของ PancakeSwap เลยครับ เนื่องจากการซื้อขาย,การลงทุนทุกอย่างเริ่มจากตรงนี้ เป็นต้นกำเนิดของ Demand และ Supply ของเหรียญดิจิทัลสกุลต่างๆเลย

ส่วนประกอบของการแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลของ PancakeSwap นั้นประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลักๆคือ

  1. ซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญ (Swapping/Trading)
  2. กองทุนสภาพคล่อง (Liquidity pools) 
  3. ฟาร์มเหรียญ (Yield Farming)
  4. การระดมทุน (IFO:Initial Farm Offering)

ซื้อขายแลกเปลี่ยนเหรียญ (Swapping/Trading)

PancakeSwap เป็นบริการการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัลแบบไร้ศูนย์กลาง โดยใช้วิธีการทำงานแบบ Automated Market Maker(AMM) ในการให้บริการ

การซื้อหรือขายเหรียญดิจิทัลบน PancakeSwap นั้นจะเป็นการซื้อขายกับ Liquidity Pool ไม่ใช่การส่งคำสั่งซื้อขายแล้วรอจับคู่กับผู้เสนอราคาแบบ Exchange ทั่วๆไป

เพราะฉะนั้น มูลค่าของเหรียญดิจิทัลแต่ละเหรียญก็จะขึ้นอยู่กับ Demand และ Supply ของแต่ละคู่เหรียญเป็นหลัก ถ้าหากเหรียญสกุลไหนมีคนต้องการซื้อมากก็จะส่งผลให้ปริมาณของเหรียญในกองทุนสภาพคล่อง(Liquidity pool) น้อยลง จึงทำให้มูลค่าของเหรียญนั้นๆมีมูลค่าแพงมากขึ้น 

วิธีการซื้อขายของแต่ละคู่เหรียญ จะไม่ได้ใช้การเอาราคาตลาดและราคาเสนอซื้อ/เสนอขายมาเทียบกันเหมือนกับกระดานซื้อขายทั่วๆไป แต่จะใช้กลไกภายใน (Algorithm) ของระบบเองมาเทียบอัตราส่วนของคู่เหรียญที่ต้องการจะแลกว่าเหรียญแต่ละสกุลสามารถแลกเป็นเหรียญสกุลอื่นได้ด้วยอัตราส่วนเท่าไหร่

อาจจะฟังดูไม่ค่อยคุ้น แต่ในแง่ของผู้ใช้บริการอย่างเราก็ไม่ต้องกังวลครับ เพราะเรามีหน้าที่กดเลือกสกุลและจำนวณเหรียญที่เรามีและเลือกสกุลเหรียญที่ต้องการจะแลกแค่นั้น 

ส่วนที่เหลือระบบของ PancakeSwap จะเป็นตัวจัดการให้เอง โดยระบบแจ้งให้เรารู้เลยว่าจำนวณเหรียญที่เรามีสามารถแลกเป็นเหรียญสกุลอื่นที่เราต้องการได้กี่เหรียญ

ซึ่งอัตราส่วนที่จะสามารถแลกเปลี่ยนกันได้ หรือพูดง่ายๆคือมูลค่าของเหรียญแต่ละสกุลนั้นจะขึ้นอยู่กับปริมาณของเหรียญที่มีสำรองอยู่ในกองทุน Liquidity Pool ของเหรียญสกุลนั้นๆ

ถ้าหากมีปริมาณเหรียญเหลืออยู่ใน Liquidity pool น้อย เหรียญนั้นจะมีมูลค่ามาก(สามารถถูกแลกไปได้น้อย) แต่ในทางกลับกัน ถ้าหากปริมาณเหรียญเหลือใน Liquidity pool เยอะ เหรียญสกุลนั้นก็จะมีมูลค่าน้อยสามารถถูกแลกไปได้เยอะ

กองทุนสภาพคล่อง (Liquidity pools) 

กองทุนสภาพคล่องหรือ Liquidity pools เป็นกลไกเบื้องหลังที่สำคัญของการซื้อขาย/แลกเปลี่ยนเงินดิจทัลใน PancakeSwap เลย

ลูกค้าที่เข้ามาทำการแลกเปลี่ยนสกุลเงิน(Swap)แต่ละสกุล จะสามารถทำการแลกเปลี่ยนได้สำเร็จก็ต่อเมื่อมีเงินดิจิทัลสกุลนั้นๆเพียงพอเหลืออยู่ในกองทุน Liquidity pools 

ซึ่งถ้าเงินดิจิทัลสกุลไหนมีเหลือใน Pool ไม่เพียงพอก็จะไม่สามารถทำการแลกเปลี่ยนได้ หรือถ้าเหลือน้อยก็จะทำให้ต้นทุนในการซื้อขายแลกเปลี่ยนนั้นแพงขึ้น 

ซึ่งทาง PancakeSwap ก็ได้ประยุกต์เอาสิ่งนี้มาเป็นบริการทางการลงทุนรูปแบบหนึ่ง ก็คือให้คนทั่วไปเข้ามาฝากเงินสกุลที่ตัวเองมีเข้าไปใน Liquidity pools เพื่อเป็นกองทุนสำรองไว้ให้บริการการแลกเปลี่ยน และสร้างผลตอบแทนด้วยค่าธรรมเนียมให้นักลงทุนนั่นเอง

ถ้าใครยังนึกภาพไม่ออกก็อาจจะนึกภาพถึงธนาคารในปัจจุบัน ที่เก็บค่าธรรมเนียมการดำเนินงานต่างๆ รวมถึงนำเงินฝากไปลงทุนในกองทุนหรือตราสารหนี้ และนำรายได้มาจ่ายดอกเบี้ยให้ผู้ฝากเงินก็ได้ครับ

อย่างที่ได้เขียนไปด้านบนว่าการฝากเหรียญเข้า Liquidity pools เพื่อลงทุนนั้นจะต้องฝากเป็นคู่สกุล คือต้องฝากเหรียญ 2 สกุลพร้อมกัน ด้วยมูลค่าที่เท่ากัน เพราะเวลาลูกค้ามาทำการแลกเปลี่ยนก็จะแลกเปลี่ยนเป็นคู่สกุลเงินเหมือนกัน

เมื่อนักลงทุนได้ฝากคู่เหรียญเข้าไปใน Liquidity pools ของแต่ละคู่แล้ว ก็จะได้เหรียญที่เรียกว่า LP Token กลับมาเพื่อเป็นหลักฐานในการลงทุน และสามารถนำไปใช้สร้างผลตอบแทนต่อได้อีกทอดหนึ่ง

สิ่งหนึ่งที่นักลงทุนต้องระวังในการฝากเงินลงทุนใน Liquidity pools ก็คือปรากฎการณ์ที่เรียกว่า “Impermanent Loss” ซึ่งเป็นปรากฎการณ์ที่เกิดขึ้นจากความผันผวนในมูลค่า/ราคาของเหรียญดิจิทัลในตลาดทั่วๆไป ซึ่งอาจจะทำให้จำนวณเหรียญของเราที่ฝากไว้ใน pool ลดลงหรือเพิ่มขึ้นได้

แต่ถ้าใครอยากจะหลีกเลี่ยงความเสียหายหรือความยุ่งยากในการลงทุนที่เกิดจาก Impermanent Loss ก็สามารถทำได้ด้วยการเลือกลงทุนในคู่เหรียญที่เป็น Stablecoin ครับ เพราะจะไม่มีความผันผวนของราคา

อย่างไรก็ตาม ทาง PancakeSwap ก็ได้คิดวิธีแก้ปัญหาในเรื่องนี้ให้กับนักลงทุนไว้แล้ว โดยจะช่วยชดเชยความเสี่ยงให้กับนักลงทุนด้วยการนำเหรียญ LP Token ไปทำ Yield Farming เพื่อได้ผลตอบแทนอีกต่อนึง

ฟาร์มเหรียญ (Yield Farming)

หลังจากที่เราได้เหรียญ LP Token จากการฝากเงินลงทุนใน Liquidity pools แล้ว เราสามารถนำเหรียญ LP Token มาใส่ในฟาร์มแต่ละฟาร์มที่ทาง PancakeSwap จัดไว้ได้

ซึ่งการที่เราสามารถนำ LP Token มาเข้า Farm นั้น สามารถสร้างผลตอบแทนให้เราได้เพิ่มเติมจากผลตอบแทนค่าธรรมเนียมใน Liquidity pools ซึ่งก็จะเป็นแรงจูงใจอีกทางนึงให้นักลงทุนฝากเหรียญไว้ในกองทุนสภาพคล่องนั่นเอง

การระดมทุน (IFO:Initial Farm Offering)

หลายๆครั้งที่มีการออกเหรียญสกุลใหม่ๆที่เป็นเหรียญตระกูล BEP-20 ทาง PancakeSwap จะเปิดโอกาสให้นักลงทุนเข้ามาซื้อเหรียญเหล่านี้ก่อนได้ในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาดเมื่อมีการซื้อขายในตลาด Exchange

ฟาร์มคู่เหรียญ (Yield Farming)

หลังจากที่เราได้เหรียญ LP Token จากการฝากเงินลงทุนใน Liquidity pools แล้ว เราสามารถนำเหรียญ LP Token มาใส่ในฟาร์มแต่ละฟาร์มที่ทาง PancakeSwap จัดไว้ได้ครับ

การนำ LP Token มาฟาร์มนั้นสามารถสร้างผลตอบแทนให้นักลงทุนได้อีกทางนึง โดยจะได้ผลตอบแทนออกมาเป็นเหรียญ CAKE ซึ่งเป็นเงินดิจิทัลอีกสกุลนึงที่มีมูลค่าพอสมควร 

ซึ่งเหรียญ CAKE นี้เราสามารถนำไปขายในตลาด Exchange ทั่วๆไปได้  หรือจะนำไปลงทุนต่อใน Syrup pools เพื่อเพิ่มปริมาณเหรียญต่ออีกทอดนึงก็ได้เหมือนกัน

บริการ Yield Farming ของ PancakeSwap นอกจากจะสามารถสร้างผลตอบแทนเป็นเหรียญ CAKE ให้นักลงทุนได้แล้ว ก็ยังมีจุดประสงค์หลักอีกอย่างคือเพื่อชดเชยความเสี่ยงเกี่ยวกับ Impermanent Loss ให้กับนักลงทุนด้วยผลตอบแทนที่ได้จากเหรียญ CAKE นั่นเอง

หรือถ้าหากเราไม่ได้สนใจการทำกำไรจากการขายเหรียญในทันทีเราก็สามารถนำเหรียญ CAKE ที่ได้มานั้นไปลงทุนเพื่อใน Syrup pools เพื่อจะเพิ่มปริมาณเหรียญของเราได้

ลงทุนด้วยเหรียญ CAKE (Syrup pools)

Syrup pools เป็นการนำเหรียญ CAKE ที่เราได้มาจากการทำฟาร์มมาลงทุนสร้างผลตอบแทนอีกทีนึง ซึ่งเป็นวิธีการลงทุนที่ค่อนข้างง่ายและไม่ต้องเสี่ยงกับการขาดทุนจาก Impermanent Loss เหมือนการฟาร์มคู่เหรียญ

สาเหตุที่การลงทุนใน Syrup pools นั้นไม่ต้องเสี่ยงกับ Impermarnent Loss ก็เพราะว่าเป็นการลงทุนด้วยการใช้เหรียญดิจิทัลสกุลเดียว ซึ่งส่วนใหญ่จะต้องใช้เหรียญ CAKE ในการลงทุน 

ผลตอบแทนของการลงทุนใน Syrup pools จะมีให้เลือกหลากหลายครับ มีทั้งได้เหรียญ CAKE เพิ่ม หรือจะเป็นผลตอบแทนจากเหรียญสกุลอื่นๆก็แล้วแต่นักลงทุนจะเลือก

แต่ถ้าใครที่คิดว่าลงทุนแล้วรอผลตอบแทนเรื่อยๆอย่างนี้รู้สึกว่าไม่ค่อยมันส์ ไม่ค่อยได้ลุ้น ทาง PancakeSwap ก็ได้จัดอีกบริการนึงไว้รองรับคนที่ชอบเสี่ยงโชคไว้เหมือนกันครับ ซึ่งก็คือ Lottery นั่นเอง

ล็อตโต้เสี่ยงโชค (Lottery)

ฟังก์ชั่น Lottery ใน PancakeSwap ก็เป็นอีกทางเลือกนึงที่จะสร้างผลตอบแทน แต่จะเป็นแนวเสี่ยงโชคนะครับ พูดง่ายๆคือเหมือนซื้อหวยนั่นเอง

การซื้อ Lottery แต่ละใบเรียกว่า Ticket ราคาในการซื้อ 1 Ticket อยู่ที่ประมาณ 5 ดอลล่าร์สหรัฐ และถ้าคุณซื้อแล้วถูกรางวัลก็จะได้รางวัลเป็นเหรียญ CAKE กลับมา

แต่ถ้าหากใครที่อาจจะไม่ค่อยถนัดในเรื่องของการเสี่ยงโชคมากนัก แต่พอจะมีความรู้เรื่องการ Trade เงินคริปโตฯอยู่บ้าง อาจจะหันไปใช้วิธีการ Prediction หรือคาดการณ์ราคาของเหรียญเพื่อเอารางวัลแทนก็ได้ครับ

คาดการณ์ราคา (Prediction)

ฟังก์ชั่น Prediction เป็นการใช้ความผันผวนของราคาสินทรัพย์ดิจิทัลมาเป็นโอกาสในการสร้างผลตอบแทนให้กับลูกค้าที่สามารถคาดการณ์แนวโน้มราคาได้ถูกต้อง ถ้าสามารถคาดการณ์ได้ถูกก็จะได้รับเงินรางวัลไป

การเล่นฟังก์ชั่นนี้จะเป็นการคาดการณ์ราคาของเหรียญดิจิทัลสกุล BNB เทียบกับ USDT ว่าราคาจะขึ้นหรือจะลง ภายในกรอบระยะเวลาที่กำหนด ถ้าทายถูกก็ได้เงิรางวัลไป แต่ถ้าทายผิดก็เสียครับ

NFT Market

เนื่องจากทาง Binance Smart Chain เป็นอีกสาย Blockchain ที่รองรับสินทรัพย์ดิจิทัลในรูปแบบ NFT ด้วยเหมือนกัน ดังนั้นทาง PancakeSwap จึงเปิดให้บริการตลาดซื้อ/ขายผลงาน NFT ได้ด้วย

โดยในปัจจุบัน ผลงาน NFT จะเป็นผลงานของ PancakeSwap เป็นหลัก เพราะว่าฟังก์ชั่น NFT Marketplace ยังอยู่ในระหว่างการพัฒนา เมื่อเปิดใช้งานเต็มตัวแล้วก็น่าจะสามารถซื้อขายผลงาน NFT อื่นๆบน BSC ได้มากขึ้น

NFT Profile

NFT Profile บน PancakeSwap เป็นบริการสำหรับสร้างตัวละครที่สามารถนำมาใช้เป็น Profile ของเราบน PancakeSwap ได้ ซึ่งเราก็จะสามารถตั้งชื่อเฉพาะให้ตัวละครของเราที่ถูกสร้างขึ้นมาได้ 

เมื่อเรามีตัวละคร NFT เป็นของตัวเองแล้วก็จะสามรถเข้าทีม เพื่อร่วมงาน Event ต่างๆได้ และแน่นอนว่าในแต่ละ Event ก็จะมีรางวัลต่างๆเป็นผลตอบแทนให้กับเราด้วยเหมือนกัน 

IFO:Initial Farm Offering

บริการสำหรับการทำ IFO ก็คือการให้บริการเพื่อทำการระดมทุนสำหรับโครงการเหรียญที่กำลังจะออกใหม่นั่นเองครับ โดยนักลงทุนจะมีโอกาสได้ครอบครองเหรียญที่จะออกใหม่ในราคาที่ถูกกว่าราคาตลาด

การจองซื้อเหรียญที่กำลังจะออกนั้นจะต้องใช้ CAKE-BNB LP Token เพื่อใช้แสดงสิทธ์ซื้อ ซึ่งแน่นอนว่านักลงทุนจะต้องฝากเงินเข้าไปในกองทุน Liquidity pool ของคู่เหรียญ CAKE-BNB ซะก่อน

เมื่อได้ CAKE-BNB LP มาแล้วถึงจะนำไปใช้จองซื้อเหรียญที่กำลังจะออกใหม่ได้ การทำแบบนี้ ทาง PancakeSwap ก็จะได้สภาพคล่องเพิ่ม ตัวเจ้าของโปรเจคเหรียญก็จะได้เหรียญ BNB ไปเป็นทุน ส่วนนักลงทุนก็จะได้เป็นเจ้าของเหรียญสกุลใหม่ในราคาต่ำกว่าตลาด ซึ่งอาจจะทำกำไรได้ในอนาคต

Analytics(Info)

Analytics เป็นบริการทางด้านข้อมูล ความเคลื่อนไหวของสินทรัพย์ดิจิทัลและกองทุน Liquidity pools ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับ PancakeSwap ซึ่งจะช่วยบอกแนวโน้ม,อัตราผลตอบแทน,ราคาสินทรัพย์,ปริมาณการซื้อขายแลกเปลี่ยน และมูลค่าสินทรัพย์ที่มีอยู่ในกองทุนต่างๆที่เป็นประโยชน์แก่นักลงทุนใช้ในการพิจารณาตัดสินใจ

Voting

ด้วยความที่ PancakeSwap เป็น Platform แบบไร้ศูนย์กลางและใช้เหรียญ CAKE เป็น Governence Token ในระบบ จึงเปิดโอกาสให้คนที่ถือเหรียญ CAKE สามารถเขียนคำร้อง(Proposal)เพื่อให้ทางทีมงานปรับเปลี่ยนนโยบายด้านต่างๆได้ เช่นขอให้เพิ่มผลตอบแทนการทำฟาร์มเหรียญ หรือเรื่องอื่นๆ ซึ่งการตัดสินใจในเรื่องต่างๆจะใช้การ Vote เป็นหลัก  

Farm กับ Pool ต่างกันยังไง

สำหรับการลงทุนในระบบของ PancakSwap นั้น คำว่า Pool เดี่ยวๆจะหมายถึง Liquidity pools หรือกองทุนสภาพคล่องของเหรียญคู่ต่างๆ ที่มีไว้เพื่อรอให้บริการลูกค้าที่ต้องการจะเข้ามาแลกเปลี่ยนเหรียญดิจิทัลในแต่ละคู่สกุล 

ซึ่งการแลกเปลี่ยนในแต่ละครั้งก็ย่อมจะต้องเอาเหรียญดิจิทัลสกุลนึงมาแลกเป็นเหรียญอีกสกุลนึง เช่นเอาเหรียญ ETH มาแลกเป็น USDT ดังนั้นกองทุน Liquidity pools แต่ละกองก็เลยจะต้องประกอบไปด้วยเหรียญเป็นคู่ๆไป

เมื่อเราฝากคู่เหรียญเข้าไปในกองทุนแล้ว เราก็จะได้ LP Token ออกมา และเราสามารถนำเหรียญ LP Token ที่ได้มาไปฟาร์มหรือลงทุนต่อได้ ซึ่งก็จะได้ผลตอบแทนเป็นเหรียญ CAKE ซึ่งเราสามารถนำไปลงทุนต่อได้อีกทอดนึงได้ในสถานที่ที่เรียกว่า Syrup pools

ซึ่งคำว่า Syrup pools มันเปรียบเหมือนสถานที่ที่ให้เราเอาเหรียญ CAKE มาลงทุนเพื่อรับผลตอบแทนเป็นเหรียญสกุลอื่นๆ หรือจะเป็นเหรียญ CAKE จำนวณมากขึ้นก็ได้  ซึ่งบางคนอาจจะเรียกการทำแบบนี้สั้นๆว่า pool เฉยๆ เลยอาจจะสร้างความสับสนว่า Farm กับ Pool มันต่างกันยังไง

สรุปแล้ว PancakeSwap ก็เป็นอีกตัวอย่างหนึ่งของผู้ให้บริการทางการเงินในรูปแบบ DeFi ที่มีทั้งการซื้อขายแลกเปลี่ยนสกุลเงินดิจิทัล,การลงทุนเพื่อสร้างผลตอบแทน และการเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆเพื่อรับรางวัล

ซึ่งบทความนี้ไม่ใช่การแนะนำหรือชักชวนให้ไปลงทุนใน Platform ใด Platform หนึ่งนะครับ แต่เป็นการศึกษาในเรื่องการลงทุน DeFi โดยใช้ PancakeSwap เป็นตัวอย่างว่าการลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ในรูปแบบต่างๆนั้นมันเป็นยังไง ก้าวหน้าไปถึงขั้นไหนแล้ว

ส่วนถ้าใครอยากจะเริ่มต้นลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ไม่ว่าจะเป็นบิทคอยน์หรือสกุลอื่นๆก็ควรจะศึกษา ทำความเข้าใจให้ดีก่อนจะลงเงิน และที่สำคัญควรจะลงทุนกับผู้ให้บริการการลงทุนที่กลต.ให้การรับรองก็จะทำให้สินทรัพย์ดิจิทัลของเราได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายครับ


  

Related Posts