USDC คืออะไร?

USDC หรือชื่อเต็มคือ USD Coin คือเงิน Cryptocurrency ประเภท Stablecoin ที่ถูกผูกมูลค่าไว้กับเงินสด(Fiat Money)ดอลล่าห์สหรัฐ

และ USDC เป็น Stablecoin ที่ผู้คนค่อนข้างให้ความมั่นใจในมูลค่า เพราะถูกผลิตออกโดยสถาบันการเงินที่น่าเชื่อถือและมีการตรวจสอบมูลค่าสินทรัพย์ค้ำประกันมูลค่าเป็นประจำทุกเดือน 

แต่อย่างไรก็ตามเหรียญUSDC ก็ยังมีจำนวนการซื้อขายเป็นรอง Stablecoin รุ่นพี่อย่าง USDT(Tether) อยู่ดี

คาดว่าน่าจะเป็นเพราะเหรียญ USDT(Tether) นั้นรองรับการทำงานอยู่บนสายข้อมูล Blockchain จำนวณมากสายกว่า USDC (USDT ทำงานอยู่บน 8 สาย Blockchain)

เหรียญ USDC เป็นเหรียญ Stablecoin ที่ทำงานอยู่บนสายข้อมูล Blockchain ของ Ethereum ด้วยมาตรฐาน ERC20

ทำให้เหรียญ USDC สามารถนำไปใช้งานได้ในหลายๆ Platform ที่ทำงานบน Smart contract ของ Ethereum Blockchain

ไม่ว่าจะเป็นการทำ Arbitrage(ซื้อเงินจากที่นึงและไปขายอีกที่นึงซึ่งได้ราคาดีกว่า),ฝาก/ถอน กับ Exchanges ทั่วๆไป

หรือรวมถึง Platform ให้บริการการลงทุน DeFi, Staking หรือYield Farming ต่างๆ และยังสามารถเก็บใน Wallet ที่ใช้งานได้กับ Ethereum ซึ่งใช้กันอย่างแพร่หลาย 

DeFi Ethereum คืออะไร
Decentralized Finance ระบบการเงินไร้ศูนย์กลางบนเครือข่าย Ethereum

นอกจาก USDC จะทำงานบน Ethereum Blockchain แล้ว ทางผู้ผลิตเหรียญก็พัฒนาเงินดอลล่าห์ดิจิทัลนี้ให้สามารถทำงานบนสายข้อมูล Blockchain อื่นๆได้อีก 3 สาย คือ Algorand,Solana,Stellar  เพื่ออำนวยความสะดวกให้ผู้ใช้งานที่ต้องการใช้งานในด้านอื่นๆ

USDC ผลิตออกมาโดยใคร?

USDC ถูกผลิตออกมาโดยความร่วมมือระหว่างองค์กรทางการเงินชื่อ Circle และ ผู้ให้บริการ Exchange ชื่อดังอย่าง Coinbase ในปี 2018

จุดประสงค์คือเพื่อสร้างเศรษฐกิจดิจิทัลให้คนทั่วโลกได้มีโอกาสเข้าถึงสินทรัพย์มีค่าเทียบเท่าเงินดอลล่าห์สหรัฐ์ได้ ขอเพียงแค่คุณมี Internet ก็สามารถใช้บริการทางการเงินได้แล้ว

นอกจากเหรียญ USDC จะถูกผลิตออกมาด้วยองค์กรทางการเงินที่เชื่อถือได้แล้ว ตัวเหรียญก็ยังค่อนข้างที่จะโปร่งใสในเรื่องของสินทรัพย์ที่นำมาใช้ค้ำประกันมูลค่าเหรียญ

เพราะมีการตรวจสอบสินทรัพย์ค้ำประกันเป็นประจำทุกๆเดือน จึงไม่ค่อยจะมีัญหาในเรื่องข้อสงสัยเกี่ยวกับสินทรัพย์ค้ำประกันเหมือนเหรียญ Stablecoin เจ้าอื่น

USDC ใช้ทำอะไรได้บ้าง

ด้วยความที่ USDC นั้นเปรียบเสมือนเงินดอลล่าห์ดิจิทัล ที่สามารถป้องกันปัญหาเรื่องความเชื่อมั่นและความโปร่งใสในมูลค่าได้ดีพอสมควร ตัวมันเองจึงมีศักยภาพที่จะนำไปประยุกต์ใช้กับธุรกิจแทบจะทุกอย่างบนโลกนี้ได้

ประโยชน์อย่างแรกที่เห็นได้ชัดเจนคือช่วยลดความเสี่ยงให้นักลงทุน Cryptocurrency

เพราะด้วยความที่เป็นเหรียญประเภท Stablecoin ราคาก็จะไม่ได้มีความผันผวนเหมือนสินทรัพย์ดิจิทัลทั่วๆไป เช่น Bitcoin หรือเหรียญดิจิทัลยอดนิยมอันดับ 2 อย่าง Ether และอื่นๆ

ยิ่งถ้านำไปลงทุนทำ Yield Farming ด้วยคู่เหรียญ Stablecoin ก็ยิ่งจะมีความเสี่ยงที่จะขาดทุนน้อยมากๆ

เหรียญ Stablecoin เหล่านี้จึงมีบทบาทสำคัญในโลกของ DeFi

ฟาร์มคู่เหรียญคริปโตฯด้วย stablecoin
ฟาร์มคู่เหรียญ Stablecoin ความเสี่ยงต่ำ ผลตอบแทนสูง

อีกชื่อเล่นหนึ่งของเหรียญ USDC คือ Progammable Dollar ซึ่งจากข้อมูลในเว็บไซต์ผู้ผลิตเหรียญก็ดูน่าจะเป็นความตั้งใจของเค้าในการสร้างเหรียญนี้มาเพื่อรองรับเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคตจริงๆ

เพราะว่านักพัฒนาหรือองค์กรต่างๆสามารถนำเหรียญ USDC ไปพัฒนาเพื่อใช้งานได้อย่างไม่ยากด้วยความที่เป็น Open-source จึงนำไปทำผลิตภัณฑ์ทางการเงินได้หลากหลาย

เช่นการปล่อยกู้สินเชื่อเพื่อกินดอกเบี้ย,การให้บริการการลงทุน,การจ่ายเงินค่าจ้าง สินค้าหรือบริการ,การระดมทุน,การบริจาคเงินการกุศลต่างๆ,การลงทุนใน DeFi,

รวมไปถึงสามารถใช้ค้ำประกันเงิน Stablecoin สกุลอื่นๆเช่น DAI ได้อีกด้วย

ที่สำคัญก็คือ ทุกๆการประยุกต์ใช้งานที่ว่ามานี้สามารถทำได้ด้วยต้นทุนที่ถูก ใช้เวลาน้อย และ โปร่งใสตรวจสอบได้

เพราะเหรียญ USDC จะบันทึกข้อมูลธุรกรรมทุกอย่างบน Blockchain และสามารถควบคุมการโอนจ่าย หรือกลไกทางการเงินต่างๆด้วย Smart Contract ซึ่งมนุษย์ไม่สามารถเข้าไปแทรกแซงหรือเปลี่ยนแปลงเพื่อทำการทุจริตได้


ทำกำไรจากสินทรัพย์ดิจิทัลกันไปแล้ว ก็อย่าลืมบริหารจัดการภาษีด้วยกองทุนลดหย่อนภาษีกันด้วยนะครับ ช่วยประหยัดภาษีไปได้เยอะเลย

กองทุนลดหย่อนภาษีSSFและRMF
คลิกเพื่ออ่าน:กองทุนลดหย่อนภาษีมีอะไรบ้าง เลือกยังไงตัวไหนดี?

กระจายความเสี่ยงในการลงทุนและลดหย่อนภาษีด้วยกองทุนประเภทต่างๆ


แหล่งพักเงินให้เงินทำงานสร้างกระแสเงินสดไปในเวลาเดียวกัน


หรือตัวอย่างของการใช้งานง่ายๆก็คือการโอน/จ่าย/รับเงินระหว่างประเทศ ถ้าเป็นเงินสดธรรมดากว่าจะโอนหากันได้ต้องใช้เวลาเป็นวันและมีค่าธรรมเนียมการโอนแพง

ซึ่งเวลาและค่าธรรมเนี่ยมที่เสียไปในการทำธุรกรรมแต่ละครั้งนั้นเป็นต้นทุนที่สูง เพราะต้องผ่านตัวกลางในการตรวจสอบ/บันทึกธุรกรรมหลายๆทอดกว่าจะถึงปลายทาง

แต่ถ้าใช้เงินดิจิทัล เพียงแค่รู้ Public address ของผู้รับเงินก็สามารถโอนเงินหากันได้ทุกที่ ทุกเวลา ไม่ต้องรอธนาคารเปิด และมีค่าธรรมเนียม(GAS)ที่ถูกกว่า ทำให้คนทำธุรกริจทั่วโลกสามารถทำธุรกรรมและให้บริการได้อย่างไร้พรหมแดน

ใครใช้ประโยชน์จาก USDC บ้าง?

บางคนอาจจะงงนะครับ ว่าทำไมเราต้องมานั่งสนใจด้วยว่าใครจะสามารถใช้ประโยชน์จากเจ้า Stablecoin แบบนี้ด้วย

ถ้าเราอยากจะใช้เงินดิจิทัลเราก็แค่เอาเงิน Fiat ไปแลกเงินดิจิทัลมาใส่ใน Wallet แล้วก็ไปใช้จ่ายสิ ไม่เห็นต้องรู้อะไรเลย

มันก็ใช่ครับ ถ้าเราคิดว่าจะนำเงินไปใช้จ่ายอย่างเดียว ไม่ต้องสนใจในรายละเอียดก็ได้

แต่สำหรับใครที่สนใจจะลงทุนในคริปโตเคอร์เรนซี่ ก็เป็นสิ่งสำคัญที่ควรจะรู้เพราะมันมีผลต่อการตัดสินใจลงทุน

การที่เรารู้ว่าสินทรัพย์ดิจิทัลแบบไหน เป็นประโยชน์ต่อผู้ใช้งานกลุ่มไหน หรือเอาไปทำอะไร จะทำให้เรารู้ว่ามันมีโอกาสการลงทุนอยู่ในสินทรัพย์ดิจิทัลประเภทนั้นรึเปล่า

ซึ่งความรู้เหล่านี้สามารถช่วยให้เราสามารถตัดสินใจได้ง่ายขึ้นว่าจะเลือกลงทุนอย่างไรนั่นเอง ไม่ต้องมานั่งเดา

ตัวอย่างเช่น ในกรณีที่ตลาด Cryptocurrency เกิดความผันผวนจนนักลงทุนไม่อยากถือสินทรัพย์ดิจิทัลต่างๆเอาไว้เพราะกลัวเสียมูลค่า

ในเวลานั้นจะมีความต้องการซื้อ Stablecoin เพิ่มขึ้นมาอย่างมากแน่นอน เพื่อรักษามูลค่าของสินทรัพย์ไว้

เมื่อมีความต้องการซื้อมาก Exchanges หรือผู้ให้บริการ Platform ต่างๆก็ต้องเพิ่มสภาพคล่องด้วยการไปเอาเงินออกมาจาก Liquidity Pool ทั้งหลาย เกิดค่าธรรมเนียมเป็นรายได้ให้คนทำ Yield Farming นั่นเอง

ธุรกิจออนไลน์/ออฟไลน์

ผู้ประกอบการที่ทำการซื้อขายออนไลน์ (หรือแม้แต่ Offline เองก็ตาม) สามารถใช้ประโยชน์จากเงินดอลล่าห์ดิจิทัลได้อย่างเห็นผลชัดมากๆ

โดยเฉพาะผู้ประกอบการในตลาดเกิดใหม่(Emerging Market) ที่ค้าขายกับนานาประเทศ สามารถที่จะทำธุรกรรมทางการเงินได้รวดเร็วกว่าเดิม ด้วยราคาต้นทุนธุรกรรมที่ถูกลง และปลอดภัยมากด้วย

ผู้ประกอบธุรกิจการเงิน

ผู้ประกอบธุรกิจทางการเงิน เช่นนักลงทุนสถาบัน,ผู้จัดการการลงทุน สามารถใช้เหรียญ USDC เป็นตัวช่วยเตรียมหรือเพิ่มสภาพคล่องให้กับการลงทุน

และสามารถแปลสภาพกลับไปกลับมาระหว่างสินทรัพย์ดิจิทัลกับสินทรัพย์จับต้องได้ในโลกการเงินปัจจุบันได้อย่างสะดวกรวดเร็ว

Exchanges/Broker

ผู้ให้บริการกระดานเทรดคริปโต ใช้เหรียญ USDC ในการแก้ปัญหาเรื่องสภาพคล่อง และสามารถเพิ่มเหรียญ USDC เข้าไปจับคู่เพื่อ Trade กับ Cryptocurrency สกุลอื่นๆได้

การทำแบบนี้ยังช่วยอำนวยความสะดวกให้กับลูกค้านักลงทุนทั้งหลายจะได้ไม่ต้องเปลี่ยนกลับไปกลับมาระหว่างเงินสดกับเงินดิจิทัลหลายๆรอบ

แถมข้อดีอีกอย่างหนึ่งของ USDC ที่เป็นประโยชน์กับผู้ให้บริการ Exchanges, Wallet และ Broker ก็คือเหรียญ USDC นั้นสามารถทำงานบนสาย Blockchain หลายชนิด ซึ่งสามารถนำไปใช้งานกับ Application ได้หลากหลาย ที่สำคัญไม่มีต้นทุนการโอน USDC ข้ามสาย Blockchain อีกด้วย

ธุรกิจ Startup เกี่ยวกับ Digital Asset

ในหลายๆประเทศ การจะตั้งบริษัท Startup เกี่ยวกับสินทรัพย์ดิจิทัลขึ้นมาและขอเปิดบัญชีธนาคารในชื่อนิติบุคคลนั้นเป็นเรื่องค่อนข้างยาก

เนื่องจาก Startup เหล่านี้มักจะถูกมองว่ามีความเสี่ยงทางการเงินสูง แต่ปัญหาเหล่านี้ก็สามารถแก้ไขได้ด้วยการใช้บัญชีเงินดิจิทัลแทน ก็จะทำให้การเปิดบัญชีสำหรับธุรกิจกลายเป็นเรื่องง่ายขึ้น

นอกจากความสะดวกในการเปิดบัญชีแล้ว เงินดอลล่าห์ดิจิทัลอย่าง USDC ยังช่วยให้การทำธุรกรรมข้ามประเทศของบริษัท Startup ง่ายขึ้น

เพราะ Startup เดี๋ยวนี้มักจะมีทีมทำงาน หรือลูกค้าอยู่ในหลายๆพื้นทีหลายๆประเทศ ให้สามารถทำธุรกรรมได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น ไม่ว่าจะเป็นการจ่ายเงินเดือนพนักงาน การเก็บค่าบริการต่างๆจากลูกค้า

หรือในกรณีที่เป็นบริษัทที่ดำเนินงานมาซักระยะหนึ่ง มีฐานะทางการเงินดี มีเงินสดเก็บไว้เยอะและอยากจะแปลสภาพเงินเย็นเหล่านั้นมาไว้ในสินทรัพย์ดิจิทัลก็ทำได้ง่ายๆ

แถมยังเป็นโอกาสเอาไปลงทุนใน Platform ต่างๆต่ออีกทอดหนึ่ง ซึ่งข้อดีของการใช้ Stablecoin คือไม่ต้องเสี่ยงกับการสูญเสียมูลค่าจากความผันผวนของราคา และในขณะเดียวกันก็ได้รับผลตอบแทนมากกว่าการฝากธนาคารไว้อย่างแน่นอน 

หากใครสนใจลงทุนในสินทรัพย์ดิจิทัลสมัยใหม่ที่กำลังมาแรง และเป็นที่นิยมมากขึ้นเรื่อยๆ แนะนำให้ลองศึกษา Token อีกชนิดนึงที่ชื่อว่า Non-Fungible Token(NFT) เพื่อเป็นอีกทางเลือกในการลงทุนครับ

Non-Fungible Token(NFT)

สินทรัพย์ดิจิทัลอีกประเภทที่กำลังมาแรง
NFT คืออะไร

ข้อดี/ข้อเสียของ USDC

ข้อดีของ USDC

  • มาตรฐาน ERC20 :เหรียญ USDC ทำงานบนเครือข่าย Blockchain ของ Ethereum ทำให้คนทั่วๆไปสามารถเข้าถึงข้อมูลและช่วยกันเป็นผู้ตรวจสอบบันทึกธุรกรรมได้ และที่สำคัญคือสามารถใช้ Wallet จากหลากหลายผู้ให้บริการเพื่อเก็บเหรียญ USDC
  • ชื่อเสียงของ Coinbase เป็นที่น่าเชื่อถือในวงการ Cryptocurrency
  • สภาพคล่องสูง  เหรียญ USDC เป็นเหรียญ Stablecoin ที่มีมูลค่าการซื้อขายอันดับ 2 และสามารถซื้อขายผ่าน Exchange ชั้นนำได้แทบทุกที่
  • มีการตรวจสอบสินทรัพย์ค้ำประกันทุกเดือน
  • บริษัทผู้ผลิต(Circle ltd) ดำเนินการภายใต้ความควบคุมของ New York State Department of Financial Service(NYDFS) 

ข้อเสียของ USDC 

  • ไม่ใช่สกุลเงินแบบไร้ศูนย์กลาง เหรียญ USDC ถูกผลิตออกมาโดยการแปลสภาพเงินสดสกุลดอลล่าห์สหรัฐ์ และดูแลโดยบริษัท Circle,Ltd เพราะฉะนั้นเงิน

    เพราะฉะนั้นเงินจะยังถูกควบคุมโดยตัวกลางอยู่ แต่ถ้าไม่ได้ไปทำธุรกรรมผิดกฎหมายก็ไม่มีอะไรต้องกังวล
  • ต้องมีการยืนยันตัวตน ก่อนที่จะซื้อหรือขายเหรียญ USDC จะต้องมีการยืนยันตัวตนผู้ทำธุรกรรมก่อน จึงอาจจะเป็นปัญหาสำหรับผู้ที่ต้องการความเป็นส่วนตัวสูง

USDC กับ USDT ต่างกันยังไง

เหรียญ USDC และเหรียญ USDT ต่างก็เป็นเหรียญดิจิทัลเประเภท Stablecoin ทั้งคู่ มีข้อแตกต่างเล็กน้อยเช่น แหล่งที่มา,นโยบายการตรวจสอบ และอื่นๆดูได้ตามตารางด้านล่าง

USDCUSDT
ผู้ออกเหรียญ : Coinbase+Circle (สหรัฐอเมริกา)ผู้ออกเหรียญ : Tether บริษัทอยู่ฮ่องกงมีออฟฟิศใน Switzerland
Blockchain ที่รองรับ: Ethereum,Algorand,Solana,StellarBlockchain ที่รองรับ:
Algorand, BCH, EOS, Ethereum, Liquid Network, Omni,Tron
ประเภท : Fiat-Backed (ค้ำประกันด้วยเงินสดดอลล่าห์สหรัฐ)ประเภท : Fiat-Backed (ค้ำประกันด้วยเงินสดดอลล่าห์สหรัฐ)
การตรวจสอบสินทรัพย์ค้ำประกัน : ทุกเดือนการตรวจสอบสินทรัพย์ค้ำประกัน : ไม่ระบุ
ปีที่ออกเหรียญ : 2018ปีที่ออกเหรียญ : 2014
เปรียบเทียบ USDT vs USDC ต่างกันยังไง
เหรียญ USDT Tether คืออะไร ต่างจาก USDC ยังไง
เหรียญ USDT คืออะไร? ต่างจาก USDC ยังไง?

ซื้อ USDC ได้ที่ไหน

สำหรับคนไทยสามารถหาซื้อเหรียญ USDC ได้ที่ Exchange ที่ได้รับการรับรองจากกลต.ครับ 

ตัวอย่าง Exchanges ไทยที่สามารถซื้อขาย USDC ได้

  1. Satang Pro
  2. Zipmex 

สรุปว่าเหรียญ USDC ก็เป็นเหรียญ Stablecoin อีกตัวนึงที่น่าสนใจ และสามารถนำมาใช้ประโยชน์ได้หลากหลาย

ไม่ว่าจะเป็นนักลงทุน Cryptocurrency หรือแม้แต่คนทั่วๆไปก็สามารถนำมาใช้จ่ายได้สะดวกขึ้น เพราะมูลค่าของเหรียญถูกผูกไว้กับเงินดอลล่าห์สหรัฐ

แต่ในอนาคตก็อาจจะยังมีปัจจัยที่ต้องดูกันต่อไป เพราะว่า Central Bank ของแต่ละประเทศมีแนวโน้มว่าจะทำเหรียญดิจิทัลของตัวเองขึ้นมา ซึ่งก็น่าจะหนีไม่พ้นที่จะเป็นเหรียญลักษณะ Stablecoin ที่เรียกว่า CBDC และอาจจะมีผลกระทบกับ Stablecoin ในปัจจุบันบ้างไม่มากก็น้อย

Related Posts